ข่าวด่วน

หมอกควันยังคลุมทั่วภาคเหนือ เครือข่ายแก้ไขปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ยื่นผู้ว่าฯเร่งแก้ปัญหา ‘ฝุ่นพิษ’

วันที่ 19 มีนาคม 2562 ศูนย์ควบคุมสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า 9 จังหวัดภาคเหนือ รายงานการตรวจพบจุดความร้อน หรือ Hotspot จำนวน 80 จุด ในพื้นที่จากข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS ทางเว็ปไซด์ Gistda แยกเป็นจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 20 จุด แม่ฮ่องสอน 37 จุด ตาก จำนวน  8 จุด พะเยา 8 จุด ลำปาง  2  จุด แพร่ 3  จุด และเชียงราย  2  จุด พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานอยู่ทุกจังหวัด คุณภาพอากาศไม่ดี ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมาก หากประชาชนมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมใส่หน้ากากชนิดป้องกันฝุ่นละเอียด และงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด

โดยช่วงเช้าเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยบินเฉพาะกิจขึ้นบินจากลานเฮลิคอปเตอร์ มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ  จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อลาดตระเวนทางอากาศสำรวจพื้นที่ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง พบว่าด้าน .ฝาง .เชียงดาว และโซนเทือกเขาสูง ด้านทิศเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ยังไม่สามารถปฏิบัติการทิ้งน้ำเพื่อดับไฟได้ เนื่องจากมีทัศนวิสัยหมอกควันปกคลุม ไม่ปลอดภัยต่อการปฏิบัติการบิน จำเป็นต้องประสานกำลังภาคพื้นดินเข้าดำเนินการดับไฟไปก่อน แม้จะเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่สูงชัน ส่วนดอยขะม้อ จังหวัดลำพูน และดอยพระบาท จังหวัดลำปาง ยังพบกลุ่มควันจำนวนมาก

ส่วนที่อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศุภชัย  เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รับมอบน้ำดื่ม จำนวน 500 โหล จากนายวิศรุต พิศาล หัวหน้าแผนกปฏิบัติการด้านเทคนิคเครือข่ายวิศวกรรมเอไอเอส ภาคเหนือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เพื่อสนับสนุนให้แก่หน่วยกำลังลาดตระเวนป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน และเข้ามอบน้ำดื่ม จำนวน 500 โหล ให้ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ระดับภาค ส่วนหน้า ค่ายพระปิ่นเกล้า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนภารกิจเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 36 กองร้อยทหารพรานที่ 35และ มอบน้ำดื่ม จำนวน 300 โหล ให้สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 นำไปร่วมบูรณาการในภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ

ทั้งนี้ในวันเดียวกันตัวแทนเครือข่ายแก้ไขปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้ายื่นหนังสือแนวทางแก้ไขปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีแถลงการณ์ระบุว่า ปัญหาหมอกควันในพื้นที่อยู่ในภาวะวิกฤติติดอันดับโลกต่อเนื่องหลายวันและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

โดยย้ำว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้ง PM 2.5 PM 10 และ AQI ที่ฟุ้งกระจายในอากาศเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคร้ายแรงต่อประชาชน ซึ่งจากการจัดเวทีเสวนาระดมความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ มีมติให้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่อจังหวัดว่า ควรประกาศให้เป็นวาระเร่งด่วนเพราะเป็นปัญหาวิกฤติของจังหวัดเชียงใหม่ ประกาศงดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤติหมอกควัน มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วแจ้งเหตุเพื่อระงับการเผาในพื้นที่ ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในทุกพื้นที่ มีศูนย์รับแจ้งการเผา 24 ชั่วโมง บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

ทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า ภาคเหนือมีสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิ 18-40 องศาเซลเซียส โดยค่ำวานนี้มีฝนตกในพื้นที่ .อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ .ลี้ จังหวัดลำพูน และล่าสุดฝนตกและเกดิพายุลูกเห็บตกในพื้นที่ 12 หมุ่บ้าน .เมือง จังหวัดลำปาง

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน