หมอกควันเชียงใหม่วิกฤตหนัก ค่าฝุ่นฯ-สารมลพิษกระทบสุขภาพหนัก คณะแพทย์ มช.เตรียมจัดบรรยาย”มหันตภัยฝุ่นพิษถล่มเมือง”เร่งให้ความรู้ประชาชน

วันที่ 12 มีนาคม 2562 คุณภาพอากาศที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงวิกฤตหนักมากขึ้น ในตัวเมืองเชียงใหม่มองเห็นฝุ่นควันปกคลุมเป็นสีเทามัวทั่วเมือง ช่วงบ่ายหมอกควันดูทึบขึ้น จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ

ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (www.cmu.ccdc.org)รายงาน ค่าความเข้มข้นของสารมลพิษในอากาศ(AQI)แบบรายชั่วโมง ณ เวลา 14.00น.ไว้ที่ 451 เป็นค่าสูงสุดที่สถานีตรวจวัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเขตเชียงใหม่(อนามัยแม่และเด็ก) โดยค่าฝุ่นขนาดจิ๋ว (PM2.5) พุ่งสูงไปถึง 340.59 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ,สถานีวัด โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเชียงใหม่ AQI 430 ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 319.93 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับที่กระทบสุขภาพอย่างมาก

พลตรีบัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่3 แจ้งค่าการตรวจพบจุดความร้อน( Hotspot ) จากข้อมูลดาวเทียมระบบเวียร์ VIIRS ในพื้นที่ภาคเหนือจำนวน 824 จุด ณ วันที่ 12 มี.ค 62 เวลา 01.30 น. ซึ่งได้แจ้งให้ทุกหน่วยรับทราบเมื่อเวลา 07.30น. โดยพบมากสุดที่ จังหวัดน่าน จำนวน 185 จุด ลำปาง จำนวน 152 จุด พะเยา จำนวน 124 จุด เชียงใหม่ จำนวน 121 จุด แพร่ จำนวน 107 จุด แม่ฮ่องสอน จำนวน 64 จุด. เชียงรายจำนวน 29 จุด  ตาก จำนวน 27 จุด และลำพูน จำนวน 15 จุด โดยเร่งให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องแต่ละจังหวัดเข้าดับไฟ

วันเดียวกันนี้ หน่วยฝนหลวงเชียงใหม่ และ พิษณุโลกไม่สามารถขึ้นทำฝนหลวงได้ เนื่องจากความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ไม่เพียงพอ จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ประสานงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ทำการเพิ่มรอบฉีดน้ำรอบคูเมือง และท่าแพ ได้ประสานอาคารสูง พ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่น และตั้งจุดตรวจสอบ ควันดำหน้าหน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน เชียงใหม่ โดยตรวจรถ 60คัน ไม่ผ่านเกณฑ์ 14 คัน

ส่วนคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แจ้งเตือนประชาชนให้ ป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากาก อยู่ห้องปิดสนิท และมีเครื่องฟอกอากาศแล้ว พร้อมทั้งเชิญชวนให้สื่อมวลชนและประชาชนเข้าร่วมรับฟัง การบรรยายพิเศษเรื่อง “มหันตภัยฝุ่นพิษถล่มเมือง” เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน และนักเรียน ในวันพุธ ที่ 13 มีนาคม 2562 เวลา 12.45 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารเรียนและปฏิบัติการ 50 ปี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน