ข่าวด่วน

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.เชียงใหม่ เปิดบ้าน ‘NSP’ แนะนำพื้นที่นวัตกรรมสร้างสรรค์แบบ Total Innovation Solutions

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะแม่ข่ายดำเนินงานอุทยาน วิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (Northern Science Park) จัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับสื่อมวลชน ‘เปิดบ้าน NSP แนะนำพื้นที่นวัตกรรมสร้างสรรค์แบบ Total Innovation Solutions’ ณ อาคารอำนวยการอุทยาน วิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมโชว์ผลงาน 2 Startup Success Case ศิษย์ลูกช้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) สร้างช่ือจากการใช้เทคโนโลยีสร้างแอปพลิเคชันแพลตฟอร์ม HORGANICE และนวัตกรรมเครื่องต้นแบบ Micro PAW System

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมพิเศษ เชิญสื่อมวลชนร่วมงาน ‘เปิดบ้าน NSP แนะนำพื้นที่นวัตกรรมสร้างสรรค์แบบ Total Innovation Solutions’ เพ่ือสร้างการรับรู้และตอกย้ำในพันธกิจที่ต้องการสนับสนุนการสร้างธุรกิจนวัตกรรมแก่ภาคเอกชน โดย ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มช. ให้การต้อนรับและนำชมพ้ืนที่ให้บริการเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม พร้อมแนะนำ 2 Startup ที่ประสบผลสำเร็จจากการสนับสนุนโดยอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มช. ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

“อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มช. เป็นหน่วยงานในส่วนงานวิชาการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีพันธกิจหลักในการเป็นสะพานเช่ือมระหว่างองค์ความรู้และอาจารย์นักวิจัยจากภาค มหาวิทยาลัยสู่ภาคอุตสาหกรรม หรือที่เรียกว่า University Industry Linkage : UIL เพื่อผลักดันให้เกิดการเพิ่มศักยภาพต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีการวิจัยพัฒนาร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและการสร้างธุรกิจเทคโนโลยีเริ่มต้น (Tech Startups) บนพื้นฐานของการบูรณาการทรัพยากรของมหาวิทยาลัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ทั้งน้ีเรายังมีพันธกิจในการเป็นแม่ข่ายดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนให้เกิดการสร้างและพัฒนาธุรกิจด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านการให้บริการนวัตกรรมครบวงจรแบบ Total Innovation Solutions พร้อมให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับภูมิภาคที่ครบครันแห่งแรกของประเทศ โดยมีอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มช. เป็นแม่ข่ายดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ร่วมกับอีก 6 มหาวิทยาลัยเครือข่ายในเขตภาคเหนือ ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันอุทยานฯ สนับสนุนให้เกิดการสร้างและพัฒนาธุรกิจแก่ภาคเอกชนด้วย 6 บริการ ได้แก่ การให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยให้บริการห้องปฏิบัติการหลากหลายรูปแบบ ทั้งทดสอบ สอบเทียบ วิเคราะห์ และด้านอื่นๆ ที่ภาคเอกชนต้องการ, การให้บริการด้วยโปรแกรมการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ ไปจนถึงการนำธุรกิจออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์, การให้บริการด้านการวิจัยและพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมและผู้เช่ียวชาญจากมหาวิทยาลัยได้ร่วมกันนำงานวิจัยไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดการใช้งานได้จริงในภาคธุรกิจ, การจับคู่ทางธุรกิจและแนะนำแหล่งทุนที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดการลงทุนของภาคเอกชน, การให้บริการพื้นที่สานักงานและห้องประชุมหลากหลายขนาดที่เหมาะกับทุกธุรกิจ, และการให้บริการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่ช่วยเติมเต็มสภาพแวดล้อมนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ตอบสนองไลฟ์สไตล์ การทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

“ตลอดระยะเวลา 8 เดือน ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ คือตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. 2561 – 31 ม.ค. 2562 อุทยานฯ ได้รับความสนใจจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน จำนวนกว่า 45,100 คน ในการเข้าเยี่ยมชม เพื่อศึกษาดูงานในฐานะองค์กรต้นแบบด้านการพัฒนานวัตกรรม สามารถผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนกลไก เพื่อสร้างนวัตกรรมผ่านการ ให้บริการต่างๆ โดยก่อให้เกิดการจ้างงาน เพื่อสนับสนุนการทำวิจัยพัฒนาจำนวน 108 อัตรา สร้างมูลค่าการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนกว่า 120 ล้านบาท และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 328 ล้านบาท โดยคาดว่าอีก 5 ปี ข้างหน้า (ปี พ.ศ.2567) อุทยานฯ จะสามารถผลักดันให้เกิดการจ้างงานระดับบัณฑิตศึกษาสู่ภาคอุตสาหกรรมกว่า 5,640 อัตรา เกิดการจ้างงานสำหรับนักวิจัยในภาคมหาวิทยาลัย 1,636 อัตรา สร้าง Tech Startup ที่มีความเชี่ยวชาญ ได้ถึง 700 ธุรกิจ พร้อมเกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเพื่การทำ R&D กว่า 546 ล้านบาท โดยสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 24,240 ล้านบาท”

ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ กล่าวว่า ธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่สามารถผลิดอกออกผลเกิดการสร้างงานสร้างรายได้จำนวนมาก อาทิ การสกัดเมล็ดลำไยจากมูลค่ากิโลกรัมละ 50 บาท สู่รายได้ 5,000 บาท การกำจัดไข่แมลงในข้าว เครื่องทำแคบหมูป๊อบคอร์น สุภาฟาร์มผึ้ง แมคคาเดเมียเคลือบ ชานมหมัก แม่บ้านยุคใหม่ หรือแม้แต่ไอศครีมข้าวซอย เป็นต้น

ซึ่งอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของอุทยานฯ คือ พืช ผัก ผลไม้ สมุนไพรเมืองเหนือ และข้าว การแพทย์ และเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสหากรรมไอทีซอร์ฟแวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ เทคโนโลยีพลังงานทดแทน สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมวัสดุ

โดยในอาคารมีการให้บริการด้านสถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ แหล่งข้อมูล แหล่งเงินทุน และสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องปฏิบัติการรูปแบบต่างๆ โครงการบ่มเพาะและให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจจนออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ สำหรับธุรกิจนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนาธุรกิจ การจับคู่ทางธุรกิจและแหล่งเงินทุน บริการด้านพื้นที่ ด้วยห้องประชุมหลายขนาด อาคารหอประชุมเอนกประสงค์ขนาด 440 ที่นั่ง พื้นที่ทำงาน Co-Working Space อาทิ The Brick X @NSP พร้อมร้านอาหาร ร้านกาแฟ ศูนย์ออกกำลังกายครบวงจร   

นอกจากน้ี อุทยานฯ ได้โชว์ผลงาน 2 สตาร์ทอัพ ศิษย์เก่า มช. ที่สร้างช่ือจากการใช้เทคโนโลยีสร้างระบบบริหารงานหอพัก อพาร์ทเม้นท์ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ HORGANICE ที่ตอบโจทย์ความต้องการเจ้าของหอพักและผู้เช่าได้อย่างครอบคลุม และผู้สร้างนวัตกรรมเครื่องต้นแบบ Micro PAW System ด้วยการนำเทคโนโลยีพลาส มาช่วยแก้ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักและผลไม้ให้แก่ผู้บริโภคทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดยสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุค 4.0  ซึ่งทั้งสองบริษัทกำลังเติบโตและขยายฐานลูกค้าไปได้ดี

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน