ข่าวด่วน

รมช.อุตสาหกรรมเปิดงาน ‘Thailand Sweet Corn Conference’ครั้งที่1 ย้ำ ’ข้าวโพดหวาน’ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก ชูนวัตกรรม-เทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมขับเคลื่อน

เมื่อเวลา 14.00 . วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ห้องบอลลูม 1 โรงแรมเชอราตัน สุขุมวิท นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน 1st Thailand Sweet Corn Conference 2019 โดยมี นายนำชัย พรหมมีชัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ..กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และนายองอาจ กิตติคุณชัย อุปนายกและประธานกลุ่มผู้ผลิตข้าวโพดหวาน สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป นำกลุ่มสมาชิกผู้ผลิตข้าวโพดหวานและอาหารแปรรูปร่วมงานกว่า 150 คน

นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า เกษตรอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอาหารในปัจจุบันต้องทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ส่งออก งานวิจัยจากนักวิชาการ การตลาด รูปแบบผลิตภัณฑ์ ทุกอย่างมีความจำเป็น ซึ่งเกษตรกรรายย่อยต้องมีความรู้และร่วมมือกันเป็นกลุ่ม หรือ คลัสเตอร์ เพราะเป็นความจำเป็นในเรื่องมาตรฐานการส่งออก

รัฐบาลมีนโยบายเชื่อมโยงอุตสาหกรรม 4.0 ใน 3 ข้อ คือ ความสามารถในการแข่งขัน สร้างอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มเครื่องยนต์ใหม่เข้าไปในเศรษฐกิจ มีนวัตกรรมใหม่และสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ปัจจุบันเรามีอุตสาหกรรมในลักษณะ Ready to Eat และ Ready to Cook แต่ก็ต้องแน่ใจว่าจะมีตลาดรองรับที่แน่นอน โดยนำผลงานวิจัยมาร่วมมือกันผลิตอาหาร ซึ่งยุทธศาสตร์ของประเทศตรงกับ UN ในหลายข้อ อาทิ การเติบโตและแข่งขันกันได้ในเวทีโลก ผลักดันทางด้านนวัตกรรม และมีความเติบโตทางการตลาดที่ชัดเจน

นายสมชาย กล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปยังมีความแข็งแกร่ง มีมูลค่าการส่งออกขยายตัว 2-3 เท่า ในระยะ 10 ปีนี้ แต่ต้องไม่ลืมว่าผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นตัวช่วยให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาของแบบเดียวกันแต่ราคาถูกกว่าได้เร็วขึ้น เป็นความท้าทายของนักการตลาดที่จะนำเสนอลูกค้า โดยอาศัยห่วงโซ่อาหารแบบครบวงจรผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่และลดต้นทุนการผลิตให้เกิดการแข่งขันได้เพื่อการส่งออกที่เข้มแข็ง

นายองอาจ กิตติคุณชัย อุปนายกและประธานกลุ่มผู้ผลิตข้าวโพดหวาน สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า​​อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปของประเทศไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั่วโลกในเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย รวมถึงความหลากหลายของรูปแบบและรสชาติอาหาร ซึ่งเห็นได้จากความเติบโตของมูลค่าการส่งออกที่มากกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี ​​โดยสินค้าข้าวโพดหวานแปรรูปของไทยเป็นสินค้าที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เนื่องจากข้าวโพดหวาน เป็นพืชอาหารเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ เป็นพืชอายุสั้นให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง สามารถจำหน่ายได้ทั้งตลาดบริโภคสดและส่งโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ สามารถส่งไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และกลุ่มประเทศในแถบยุโรป ทั้งนี้แม้ประเทศไทย จะถือเป็นประเทศที่มีการปลูกข้าวโพดหวานมาก แต่เนื่องจากผู้บริโภคภายในประเทศไม่นิยมรับประทานข้าวโพดหวานกระป๋อง การผลิตข้าวโพดหวานกระป๋องจึงเป็นไปเพื่อการส่งออกเพียงอย่างเดียว จึงทำให้ประเทศไทยขึ้นเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตและการแข่งขันในตลาดสินค้าข้าวโพดหวาน

​​

แม้ว่าประเทศไทยจะถูกประกาศใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าจากสหภาพยุโรป เมื่อปี 2550 ส่งผลให้จำนวนผู้ผลิตข้าวโพดหวานลดลง แต่ก็ไม่ได้เป็นการลดความสามารถของผู้ผลิตในประเทศไทย ผู้ผลิตมีการหาตลาดทดแทนไปยังประเทศในตะวันออกกลาง และเอเซียเพิ่มขึ้น จนปัจจุบันประเทศไทยสามารถขึ้นเป็นผู้ส่งออกข้าวโพดหวานอันดับ 1 ของโลก และนำรายได้เข้าประเทศกว่าปีละ 6,000 ล้านบาท ​​ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการอาหารจะต้องปรับกลยุทธ์ทางการค้าต่างๆ ให้เท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล ซึ่งการปรับตัวของอุตสาหกรรมอาหารไทยจึงต้องดำเนินการพร้อมกันทั้งระบบในหลายมิติตลอดโซ่การผลิตและโซ่อุปทาน โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้พัฒนาไปพร้อมกันในยุค Thailand 4.0”

นายองอาจ กล่าวว่า ​​กลุ่มผู้ผลิตข้าวโพดหวาน สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เล็งเห็นความสำคัญของของการพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวโพดหวานของไทยให้มีโอกาสเติบโตในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น และเล็งเห็นว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือเทคโนโลยีต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกันในอุตสาหกรรม จะเป็นการช่วยให้อุตสาหกรรมข้าวโพดหวานในประเทศไทยสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยื่น ประกอบกับการรักษาความเป็นผู้นำในการส่งออกสินค้าข้าวโพดหวาน ทางกลุ่มฯ จึงจัดงาน 1st Thailand Sweet corn Conference 2019 ในวันนี้ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีที่ผู้ผลิต นักวิชาการ ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจข้าวโพดหวานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างกัน เพื่อเผยแพร่ ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ข้าวโพดหวานในปัจจุบัน และเพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเกิดความเข้าใจร่วมกัน และหาแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวโพดหวานให้เติบโตในตลาดโลก

​​

ทั้งนี้ในปี 2560 ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปริมาณและมูลค่าการส่งออกในสัดส่วนสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยมีส่วนแบ่งมูลค่าและปริมาณในตลาดเฉลี่ย 3 ปี (2558-2560) ที่ร้อยละ 22 และ 27 ตามลำดับ ปี 2561 มีมูลค่าการส่งออก 6,855 ล้านบาท หรือ 214.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราเติบโตร้อยละ 3.3 และ 9.2 ตามลำดับ และการที่อัตราการเติบโตเชิงมูลค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปลดลงอย่างต่อเนื่องนั้นมีสาเหตุมาจากในปี 2550 เป็นต้นมา คณะกรรมมาธิการสหภาพยุโรปได้ออกประกาศมาตรการ AD สินค้าข้าวโพดหวานจากไทยจำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 5 ปี โดยมี AD Duty 3.1-14.3% จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้สินค้าข้าวโพดหวานส่งออกจากไทยไปสหภาพยุโรปได้รับผลกระทบอย่างมาก นับตั้งแต่ปีพ.. 2551 เป็นต้นมาโดยมีมูลค่าการส่งออกที่ลดลงจาก 48.1 ล้านยูโร ในปี 2551 เหลือเพียง 40.8 ล้านยูโร ในปี 2552 และลดปริมาณลงมาเรื่อยๆ จนในปี 2561 เหลือเพียง 17.8 ล้านยูโร หรือคิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 63 และปริมาณการส่งออกลดลงจาก 67,525 ตัน ในปี 2551 เหลือเพียง 22,984 ตัน ในปี 2561 หรือคิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 66

และจากความพยายามขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก แม้จะได้รับผลกระทบจากมาตรการ AD ในตลาดสหภาพยุโรป ด้วยการปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบข้าวโพดหวานให้มีคุณภาพทางด้านรสชาติ สี และเนื้อสัมผัสตรงความต้องการของตลาด มีความทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช อีกทั้งให้ปริมาณผลผลิตสูงและสม่ำเสมอ และเข้าทำการส่งเสริมเกษตรกรให้มีความรู้ที่ถูกต้องในการเพาะปลูก เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นอกจากการปรับตัวในเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบแล้ว ผู้ประกอบการยังช่วยเหลือเกษตรกรในการปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อช่วยลดต้นทุนด้านแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และดูแลสุภาพเกษตรกร โดยจัดตั้งแปลงสาธิตให้ความรู้ต่างๆ ด้านเทคโนโลยีแก่เกษตรกร เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในแปลงเพาะปลูก เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ การให้น้ำโดยระบบน้ำหยด การให้ปุ๋ยและสารปราบศัตรูพืชโดยใช้โดรน การใช้เครื่องตรวจวัดความชื้นในดินและอากาศ เป็นต้น

แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยจะเป็นผู้ส่งออกข้าวโพดหวาน อันดับ 1 ของโลก แต่ถ้าสามารถยุติการต่ออายุมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของสหภาพยุโรปได้ จะเป็นการเพิ่มโอกาส และศักยภาพการแข่งขัน เนื่องจากประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านการเพาะปลูกข้าวโพดหวาน เช่น พื้นที่เพาะปลูกที่เหมาะสม สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี คุณภาพของวัตถุดิบที่ดีเยี่ยม สำหรับภาคอุตสาหกรรมนั้นก็มีโรงงานแปรรูปที่มีศักยภาพในการผลิต รวมทั้งคุณภาพสินค้าของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน