‘ม.ล.ปนัดดา’ ห่วงเยาวชนสถานพินิจ เผยกว่า20%ย้อนกลับมาอีกครั้งหลังออกไปใช้ชีวิตปกติ มุ่งปลูกฝังแนวคิด มีคุณธรรม-จริยธรรม หน้าที่ความรับผิดชอบของคนไทย

เมื่อเวลา 09.30 . วันที่ 18 มกราคม 2562 ที่ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 7 จังหวัดเชียงใหม่ .แม่ริม .เชียงใหม่ ..ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม ตรวจเยี่ยม ประชุม และพบปะหารือผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ ครูอาจารย์ นักสังคมสงเคราะห์  ฝ่ายปกครอง บุคลากรในสังกัด และบรรยายพิเศษ เรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบของประชาชนชาวไทย และการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษแก่ลูกหลานเยาวชนศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 7 จังหวัดเชียงใหม่

โดย ..ปนัดดา กล่าวว่า วันนี้เป็นการเดินทางมาพบกับลูกหลานเยาวชนศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนของสถานพินิจทั่วประเทศเป็นครั้งที่ 176 เพื่อนำข้อมูลจากทุกพื้นที่ไปให้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในเรื่องของ KPI (Key Performance Indicator) การติดตามประเมินผลพัฒนาการของเด็กซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ ในสภาพที่เรียกว่าแย่มากระดับ 5 หรือ 4 คือ ระดับปานกลาง เด็กที่พัฒนาไปอยู่ในระดับ 2 หรือ 1 ถือว่าเป็นพัฒนาการที่พิเศษยิ่ง ซึ่งไม่ค่อยปรากฎขึ้นบ่อยครั้ง หากพัฒนาได้ถึงขนาดนั้นศาลเยาวชนก็จะเมตตาตัดสินให้กลับบ้าน และมีการติดตามผลให้เรียนจนจบ กศน. หรือเรียนสายวิชาชีพ เช่น ทำอาหาร มัคคุเทศก์ ดนตรี หลายๆ อย่าง

จากการประเมินผลหลายแห่งที่ไปติดตามมา สุดท้ายได้ไป .นราธิวาส นครศรีธรรมราช และราชบุรี ภาคเหนือ ได้มาที่เชียงใหม่ เพื่อนำตัวเลขทุกแห่งไปเป็นกรณีศึกษาแล้วให้เจ้าหน้าที่ชำนาญการในเรื่องเพื่อดูว่ามีอะไรที่มีความบกพร่อง เพื่อที่จะแต่งเติมให้เต็ม ความน่าห่วงใยที่พบคือกว่า 20% ของสถานพินิจทั่วประเทศคือออกไปแล้วกลับมาอีก ตอบว่าความห่วงใยประการนี้อยู่ที่สังคมภายนอก เพราะปัจจุบันนี้คือการแก้ที่ปลายเหตุ ข้าราชการกรมนี้ปิดทองหลังพระ ทำอย่างไรให้ปัญหาสังคมลดน้อยลง ขึ้นอยู่ที่หน่วยงานราชการหลายหน่วยต้องช่วยกันแก้ เช่น ยาเสพติด ลงไปได้อย่างไรจากภาคเหนือไปถึงนราธิวาส จากกาญจนบุรีไปถึงนราธิวาส ที่นั่นเป็นเด็กไทยมุสลิมส่วนใหญ่ น่ารักน่าเอ็นดู ขับร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญ ด้วยความพร้อมเพรียง แต่พอลงไปพูดคุยด้วย พบว่าการสื่อสารลำบากมาก เพราะเด็กๆ พูดภาษายาวี เป็นกรณีศึกษา ต่างกันกับสภาพปัญหาทางภาคเหนือของเรา

..ปนัดดา กล่าวว่า ดังนั้นการแก้ปัญหาในขณะนี้อยากจะสรุปว่า การมี Role Model การมีแบบอย่างที่ดีขององค์กร เช่น ภายในสถานพินิจก็จะมีผู้อำนวยการและทีมงาน ครูอาจารย์ มีนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ช่วยกันสร้างแบบอย่างของบุคคลในอดุมคติให้ลูกหลานได้เห็น จดจำไว้เป็นต้นแบบที่ดีงาม เช่นเดียวกับสังคมข้างนอกที่เรามองหาต้นแบบที่จะได้ก่อให้เกิดพลานุภาพในการตั้งใจเรียนหนังสือและประกอบสัมมาอาชีพในอนาคตต่อไปข้างหน้า เป็นสิ่งที่กระทรวงยุติธรรมอยากให้เห็น

เช่นเดียวกับการนำศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทาง ผมคิดว่าต้องทำให้ถูกต้อง ยิ่งสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยมาเป็นเวลาช้านานมาก การจะกล่าวอ้างถึงต้องรอบคอบถี่ถ้วนและพินิจพิเคราะห์ อย่าได้นำไปโยงใยกับเรื่องอื่นเป็นอันขาด ดังนั้นศาสตร์พระราชาที่เราพูดถึงตลอดในสถานพินิจคือ ลูกหลานพินิจ รักษ์ดี รู้รักสามัคคี มีความเพียรเป็นหนึ่ง คืออยากให้มีความสามารถตามสมควร แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเลย คือ การมีคุณธรรม จริยธรรม..ปนัดดา กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน