ข่าวด่วน

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพออกแถลงการณ์ถึงนายกฯ เร่งรัดความชัดเจน ‘ป่าแหว่ง’ก่อนเดินทางมาประชุม ครม.สัญจรที่ลำปาง-เชียงใหม่

เมื่อเวลา 10.25 . วันที่ 9 มกราคม 2562 ที่หน้าอาคารอำนวยการ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ สมาชิกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ นำโดยนายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ นายบัณรส บัวคลี่ นางคำศรีดา แป้นไทย และ ..ลักขณา ศรีหงส์ แถลงข่าวและยื่นแถลงการณ์ถึง พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง ข้อเสนอถึงนายกรัฐมนตรีในโอกาสเดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร เชียงใหม่ลำปาง  ในระหว่างวันที่ 14-15 มกราคม 2562 โดยมีป้ายภาพวาดนายกรัฐมนตรียืนถือไพ่ 3 ใบ พร้อมข้อความ อยากได้ใจคนเชียงใหม่ ต้องรีบแก้ไขบ้านป่าแหว่ง

โดยนายบัณรส กล่าวว่า เครือข่ายฯ ได้รับการประสานจากทางจังหวัดเชียงใหม่ว่าให้เข้าประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีการก่อสร้างที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการ ในวันนี้ที่ห้องประชุมชั้น 3 เพื่อทำการฟื้นฟูพื้นที่ แต่เครือข่ายฯ หารือกันแล้วว่าจะไม่เข้าประชุมด้วยเพราะยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดใดๆ หลังคณะกรรมการระดับประเทศมีมติและนำเรื่องเข้า ครม.ไปแล้ว เนื่องจากทุกอย่างเป็นระดับนโยบายมาจากส่วนกลาง และนายกรัฐมนตรียังไม่มีคำสั่งใดๆ เพิ่มเติมหรือเห็นด้วย 100% กับรายละเอียดที่คณะกรรมการมีมติ ทุกวันนี้เราไม่เคยเห็นคำสั่งมีแต่คำบอกเล่ามาเท่านั้น เราจึงอยากให้นายกรัฐมนตรีแถลงออกมาให้ชัดเจน เราไม่ต้องการคำให้สัมภาษณ์ลอยๆ ขอความชัดเจนก่อนเดินทางมา ครม.สัญจร

เราออกแถลงการณ์ในนามเครือข่ายฯ เพราะไม่อยากให้มีการแจ้งความจับอีก และการเข้าฟื้นฟูจะทำอย่างไร พื้นที่แค่ไหน เพราะมีแค่ 25 ไร่เท่านั้น นอกนั้นเป็นที่ว่างแค่ไม่กี่ไร่ น่าจะเป็นการทำสวนหย่อมมากกว่า อยากให้คืนพื้นที่ก่อนจะได้ชัดเจน ขอความจริงใจจากนายกรัฐมนตรีแค่สั่งการลงมา เพราะศาลท่านก็เปิดรออยู่แล้ว ควรมีขอบเขต แนวทาง และอำนาจต้องชัดเจน เราเห็นด้วยที่จะมีการฟื้นฟูแม้จะทำเบื้องต้นก็ตาม จะได้ชวนเยาวชนและคนเชียงใหม่เข้าไปปลูกและรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของแล้วนายบัณรส กล่าว

ทั้งนี้แถลงการณ์ถึง พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เนื่องจากนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่เพื่อไปประชุม ครม.สัญจรภาคเหนือ ในระหว่างวันที่ 14-15 มกราคมที่จะถึง ประกอบกับวันนี้ (9 ..) จังหวัดเชียงใหม่ได้เชิญให้ตัวแทนเครือข่ายฯ เข้าร่วมประชุมหารือทำแผนและงบประมาณโครงการฟื้นฟูพื้นที่บ้านพักข้าราชการตุลาการ 45 หลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน ที่ประชุมเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพมีมติยังไม่เข้าร่วมประชุมหารือแผนการฟื้นฟูฯ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาล จึงขอเรียกร้องถึงท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดดำเนินการต่อไปนี้ 1. นายกรัฐมนตรีมีความเห็นเช่นไรกับมติที่ประชุมของคณะกรรมการแก้ปัญหาฯ ที่มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ เป็นประธาน และมีข้อสั่งการบ้าง เครือข่ายขอเรียกร้องให้รัฐบาลได้แถลงแนวทาง แผนงานและมาตรการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ เพราะท้ายสุดมติที่ประชุมของคณะกรรมการแก้ปัญหาฯ ยังไม่มีผลผูกพันในทางกฎหมายและต่อหน่วยงานใดๆ

2. เครือข่ายภาคประชาชน พอใจในระดับหนึ่งที่ห้ามผู้ใดเข้าใช้ประโยชน์ในบ้านพัก 45 หลัง แต่อย่างไรก็ตามยังมองไม่เห็นว่ามาตรการฟื้นฟูพื้นที่ส่วนดังกล่าวจะสามารถปฏิบัติจริงได้เช่นไรหากยังไม่มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป มาตรการฟื้นฟูที่กำลังจะมีขึ้นจึงเป็นเพียงการฟื้นฟูขั้นต้นเท่านั้น 3. ขอให้นายกรัฐมนตรีได้ประสานแจ้งแนวทางแก้ปัญหาของรัฐบาลไปยังสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อได้ดำเนินการรังวัดและคืนพื้นที่ในส่วนบ้านพัก 45 หลังให้กับกรมธนารักษ์ เพื่อให้การฟื้นฟูดำเนินไปได้อย่าราบรื่น ทั้งนี้ ท่านเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างชัดเจนว่า พร้อมจะโอนมอบพื้นที่หลังก่อสร้างแล้วเสร็จ ขึ้นกับรัฐบาลจะแจ้งให้ดำเนินการเช่นไร 4. ขอให้มีความชัดเจนเพื่อให้สังคมมองเห็นภาพในระยะยาวว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 แห่งใหม่ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและย้ายทั้งบุคลากรผู้พักอาศัยไปจังหวัดเชียงรายแล้ว รัฐบาลจะดำเนินการกับพื้นที่อาคารชุดส่วนที่เหลืออย่างไร และจะให้มีการฟื้นฟูแบบไหน ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดดำเนินการให้เป็นที่ชัดเจน แล้วเสร็จก่อนจะเดินทางมาประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้

ส่วนแถลงการณ์อีกฉบับยื่นถึงนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีข้อเสนอถึงกรณีการจะตั้งคณะทำงานฟื้นฟูพื้นที่บ้านพักข้าราชการตุลาการ 45 หลัง มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้เชิญตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเข้าร่วมประชุมเพื่อจะทำแผนงานของบประมาณและเริ่มโครงการฟื้นฟูพื้นที่บ้านพักข้าราชการตุลาการ 45 หลังในวันนี้ (9 ..) และที่ประชุมเครือข่ายฯ มีมติจะยังไม่เข้าร่วมก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจนในระดับนโยบาย จึงได้ออกแถลงการณ์ไปถึงนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการต่างๆ เพื่อความชัดเจนนั้น ทางเครือข่ายขอแถลงให้พี่น้องประชาชนได้โปรดทราบว่า จุดยืนของเครือข่ายฯ ยังมุ่งมั่นในเป้าหมายสุดท้ายคือขอให้รื้อถอนหรือย้ายสิ่งปลูกสร้างซึ่งล้ำขึ้นไปในแนวป่าลงมา พร้อมกับฟื้นฟูให้กลับเป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม การเรียกร้องของประชาชนตลอดปีที่ผ่านมา ได้ผลในระดับต้นเท่านั้นคือ ไม่มีผู้อาศัยในเขตบ้านพัก 45 หลังพร้อมกับจะมีมาตรการฟื้นฟู แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินการในภาคปฏิบัติยังไม่ชัดเจนทั้งในระดับนโยบายและระดับจังหวัด ทางเครือข่ายได้ประสานงานแจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดไปเบื้องต้นแล้วถึงจุดยืนและความเห็นของภาคประชาชนดังนี้ 1. การจะฟื้นฟูให้เต็มรูปแบบต้องรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้าง แต่ในชั้นนี้รัฐบาลยืนกรานไม่รื้อย้ายอ้างว่าไม่มีกฎหมายให้อำนาจ ดังนั้นการฟื้นฟูที่จะมีขึ้นควรเรียกว่า โครงการฟื้นฟูพื้นที่ระยะต้น 2. จะต้องมีความชัดเจนว่าจากสำนักงานศาลยุติธรรมว่า จะมอบพื้นที่ส่วนดังกล่าวกลับคืนกรมธนารักษ์ (แม้จะยังไม่ดำเนินในการเดือนหรือสองเดือนก็ขอให้มีคำประกาศแสดงเจตนาให้สาธารณะรับทราบไว้ก่อน) 3. ควรจะถอดย้ายชิ้นส่วน เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์สำคัญออกจากตัวบ้าน ป้องกันการกล่าวหา กล่าวโทษ หรือ ทรัพย์สินราชการเสียหาย 4. ให้มีความชัดเจนว่า คณะกรรมการที่จะดำเนินงานฟื้นฟูทั้งปวง มีขอบเขตอำนาจหน้าที่แค่ไหน

5. หากจะมีการฟื้นฟูพื้นที่บ้านพัก 45 หลังไปพลางๆ โดยยังไม่รื้อสิ่งปลูกสร้างนั้นอาจจะเป็นผลดีกว่าปล่อยทิ้งร้างไว้โดยไม่ดำเนินการใดๆ โดยต้องเป็นการดำเนินการโดยกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางของประชาชนในจังหวัดทุกหมู่เหล่า ปลูกสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมดอยสุเทพพร้อมกันไป 6. การจะให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางและสะดวกต่อทุกฝ่าย ควรจะมีการทำถนนทางเข้าใหม่ ที่ไม่ต้องผ่านประตูหน้าของสำนักงานศาลอุทธรณ์ภาค 5 เครือข่ายได้เสนอแนวถนนทางเข้า 2 แนว คือเลาะแนวรั้วด้านทิศใต้ ไปยังสะพานข้ามบ้านพัก 45 หลัง หรือ ใช้เส้นทางลำลองจากอ่างเก็บน้ำชลประทาน 7. จังหวัดต้องให้เกียรติและจริงใจกับการเปิดให้ประชาชนเข้าไปร่วมทำงาน ต้องไม่มีกรณีการขอเอกสารการประชุมแล้วยังไม่ได้เช่นที่เครือข่ายฯ ประสบมาตลอดปี 2561 และ 8. เครือข่ายฯ พร้อมจะให้ความร่วมมือกับภาคราชการในการแก้ปัญหาเช่นที่เคยปฏิบัติมาตลอดปี 2561 หากแต่ครั้งนี้ ขอยังไม่เข้าร่วมประชุมเพื่อรอให้มีความชัดเจนในระดับนโยบายเสียก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของการประชุมดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีการก่อสร้างที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการ ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานการประชุมนั้น มีตัวแทนจากหน่วยงานราชการต่างๆ เข้าร่วมหารือ ยกเว้นภาคประชาชน นักวิชาการ และศาลอุทธรณ์ภาค 5 และห้ามสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการหารือดังกล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน