ครอบครัวเศร้า รับศพ ‘เซนติเมตร’กลับบ้านเกิด จ.นครนายก ส่ง ‘โจ้’ขึ้นเครื่องไปบำเพ็ญกุศลที่วัดธาตุทอง กรุงเทพฯ

จากกรณีอุบัติเหตุระหว่างรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน สศ 9790 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีบอร์นเทา เป็นเหตุให้นายจตุภัทร เข็มนาค หรือ เซนติเมตร อายุ 28 ปี สไตส์ลิสต์ชื่อดังและพิธีกรรายการล้นตู้‘ เสียชีวิตพร้อมเพื่อนนั้น บ่ายวันที่ 3 มกราคม 2562 ที่หน่วยรักษาศพ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) .เมืองเชียงใหม่ .เชียงใหม่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยนายศิริรัตน์ เข็มนาค อายุ 59 ปี และนางธัญญาธร  เข็มนาค อายุ 59 ปี พ่อและแม่ ตลอดจนน้องสาวและเพื่อนสนิทของเซนติเมตรเดินทางมารับศพ พร้อมนำชุดที่เซนติเมตรชอบใส่อยู่เป็นประจำมาแต่งตัวให้ก่อนจะนำร่างบรรจุโลงศพ แล้วเคลื่อนย้ายจากโรงพยาบาลสวนดอก เดินทางไปตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดรังษีโสภณ .เมือง .นครนายก  ซึ่งทางครอบครัวแจ้งว่าจะตั้งศพสวดพระอภิธรรม 7 วันก่อนจะทำการฌาปนกิจ

นายศิริรัตน์ กล่าวว่า ครอบครัวอยู่ในอาการช็อกและเสียใจ หลังจากเมื่อช่วงตีสามที่ผ่านมาได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุ จึงรีบพากันเดินทางมา .เชียงใหม่ ก่อนจะทันได้เห็นลมหายใจสุดท้ายของลูก ซึ่งผลชันสูตรศพแพทย์ระบุว่าเซนติเมตรเสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจ

ก่อนหน้าที่เขาจะเสียชีวิต ลูกชายเพิ่งเดินทางไปเที่ยวตุรกีกับเพื่อนและกลับมาถึงเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา จากนั้นได้เดินทางมาหาครอบครัวและทานข้าวร่วมกันที่รีสอร์ทที่ .นครนายก ก่อนที่จะเดินทางขึ้นมาเที่ยวปีใหม่ที่ .เชียงใหม่ ซึ่งครอบครัวก็ไม่ได้ห้าม เนื่องจากปีใหม่ทุกปีเซนติเมตรจะเดินทางมาเชียงใหม่ตลอด กระทั่งมาเสียชีวิตดังกล่าว ทำให้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ เนื่องจากเซนติเมตรจากไปในอายุยังน้อยและการงานกำลังไปได้ดี

นายศิริรัตน์ กล่าวอีกว่า ปกติลูกชายไม่เคยขับรถเอง จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจและไม่น่าจะเกิดขึ้น สำหรับน้องเซนติเมตร เป็นลูกคนที่ 2 ของครอบครัว โดยครอบครัวมีลูก 3 คน ชาย 2 คน หญิง 1 คน

ส่วนครอบครัวของนายศุภกิจ เกิดช้ำ อายุ 30 ปี  หรือโจ้ เพื่อนสนิทที่นั่งรถมาด้วยกัน วันนี้ทางญาติได้เดินทางมาที่หน่วยเก็บรักษาศพโรงพยาบาลสวนดอกเช่นกัน และจะนำร่างส่งไปทางเครื่องบิน และจะมีการตั้งศพบำเพ็ญกุศลศพที่วัดธาตุทอง กรุงเทพมหานครต่อไป

ในขณะที่ น..วิจิตรา ปุกบุญเรือง อายุ 25 ปี ผู้ต้องหา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าให้มาให้ปากคำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยบอกว่าจุดนั้นมีกล้องวงจรปิด คือตนอยู่ในเลนขวาสุดติดขอบสะพาน ขับมาเห็นเป็นไฟแดงจึงจอด พอไฟเขียวจึงเหยียบไปเลย เห็นรถคันดังกล่าวเปิดไฟเลี้ยวแล้วเขาก็เลี้ยวเลย ด้วยความที่ตนขับรถอยู่จึงเหยียบเบรคและหักพวงมาลัยไปทางขวา รถคันนั้นก็รูดรถตนเองไปด้วย คิดว่าเขาขับมาเร็วเหมือนประมาณว่าตัวเองอยู่ซ้ายสุดแล้วจะเลี้ยวขวาจะต้องแซงหนู ต้องปาด แต่มันไฟเขียวหนูก็ต้องออก

ตกใจมาก พอชน ก็ตั้งสติได้เท้ายังเหยียบเบรคอยู่ เลื่อนเกียร์รถไปที่ตัว P แล้วดับรถ เดินลงมาถามพี่ที่เห็นเหตุการณ์ว่า หนูจะทำอย่างไรดี เขาก็ถามว่ามีประกันหรือไม่ ก็รีบโทรหาประกันและพี่ที่ทำงานให้มาเป็นเพื่อน..วิจิตรา กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน