ข่าวด่วน

คณะแพทย์ มช.แถลงประจำปี โชว์ผลงานรักษาผู้ป่วย ‘โรคลิ้นหัวใจตีบ’ที่มีความเสียงสูงโดยไม่ต้องผ่าตัด

วันที่ 27 ธันวาคม 2561 ที่ห้องประชุมชั้น 15 อาคารเฉลิมพระบารมี คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)  ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) นำทีมผู้บริหารแถลงผลการดำเนินการประจำปี 2561 โดยเป็นการนำเสนอผลงานของทั้งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ศูนย์ศรีพัฒน์ และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และทิศทางการดำเนินงานของคณะแพทยศาสตร์ มช. ในโอกาสที่จะก้าวไปสู้การเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ในปี 2562

ศ.นพ.บรรณกิจ ระบุว่า คณะแพทยศาสตร์ มช. ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา และมุ่งหวังที่จะสร้างบัณฑิตแพทย์ที่มีคุณภาพ คุณธรรม พัฒนาการเรียนการสอนให้อยู่ในมาตรฐานระดับสากลพร้อมทั้งสร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อชี้นำด้านสุขภาพ ให้การบริการที่ได้มาตรฐานแก่ประชาชน รวมทั้งร่วมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คณะแพทยศาสตร์ มช. ดำเนินกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทั้งทางด้านการเรียนการสอน ด้านการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ ด้านการให้บริการวิชาการแก่สังคม และมุ่งหวังผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ คุณธรรม และการให้บริการสุขภาพที่ได้มาตรฐาน และเป็นโรงเรียนแพทย์ชั้นนำระดับมาตรฐานสากลตามวิสัยทัศน์ที่ตั้งเป้าไว้

อย่างไรก็ตามผลงานที่เป็นชิ้นโบว์แดงในปีนี้ คือ รักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจตีบ ที่มีความเสียงสูงโดยไม่ต้องผ่าตัด ครอบคลุมทั่วภาคเหนือ โดย อ.พญ.ทรรศลักษณ์ ทองหงษ์ อาจารย์ประจำศูนย์โรคหัวใจภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเผยว่า หัวใจเอออร์ติก เป็น 1 ใน 4 ของลิ้นหัวใจ ที่ทำหน้าที่เปิด-ปิด ให้ระบบไหลเวียนโลหิตส่งออกจากหัวใจห้องล่างซ้ายเพื่อไปเลี้ยงสมอง และหลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมถึงเส้นเลือดหัวใจ โรคลิ้นหัวใจตีบที่มากับผู้ป่วยสูงอายุ จากการสำรวจทั่วโลก ประชากรที่เป็นลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบรุนแรง จากอายุที่เพิ่มขึ้นพบมากถึง 3%ในผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 75 ปี และ 6% ในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 85 ปี

สาเหตุของลิ้นหัวใจเอออร์ติกที่ตีบนั้น เป็นผลอันเนื่องมาจากความเสื่อมของร่างกายของผู้สูงอายุ ทำให้มีหินปูนสะสมที่ลิ้นหัวใจและทำให้ตีบในที่สุด ซึ่งผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจเออร์ติก จะมีอาการแน่นหน้าอกและเหนื่อยง่าย ทำให้ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ โดยการรักษาแบบมาตรฐาน ผู้ป่วยจะต้องได้รับการผ่าตัดเปิดช่องอก เพื่อเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม ซึ่งการรักษาด้วยการผ่าตัดก็อาจจะไม่สามารถที่จะทำได้ในผู้ป่วยทุกราย เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีโรคประจำตัวหลายโรค ทำให้ไม่สามารถทนการดมยาสลบหรือผ่าตัดเป็นระยะเวลานานๆได้ ในอดีตผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องทรมานจากอาการเหนื่อยและไม่สามารถทำกิจวัตรในประจำวันได้ โดยจะเป็นการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนเข้าไปทางหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบ (คล้ายการทำบอลลูน) เมื่อสายสวนไปถึงบริเวณของลิ้นหัวใจเอออร์ติกที่ตีบแล้ว แพทย์จะทำการปล่อยให้ลิ้นหัวใจเทียมที่มีการม้วนพับอยู่ให้กางออก กลายเป็นลิ้นหัวใจอันใหม่ทดแทนของเดิมที่เสื่อมสภาพเนื่องจากการรักษาด้วยเทคนิค การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัดนี้ ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่เพื่อเปิดช่องอก ใช้วิธีฉีดยาชาเฉพาะที่แทนการดมยาสลบ ใช้เวลาในการทำหัตถการได้เร็วที่สุดคือ 45 นาที ผู้ป่วยจึงฟื้นตัวได้เร็ว มีแผลเล็กๆ เฉพาะบริเวณที่เจาะสอดสายสวนเท่านั้น หากไม่มีอาการแทรกซ้อนผู้ป่วยพักรักษาตัวหลังการผ่าตัดประมาณ 1-3 วัน

“ในปี 2017-2018 ในฐานะที่เป็นอายุรแพทย์โรคหัวใจได้เดินทางไปรับการฝึกที่ประเทศเดนมาร์ก สิ่งที่เรียนมาคือ การรักษาโรคหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด (Structural heart Intervention) นำไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์ และเทคนิค ที่สามารถเปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยไม่ต้องผ่าตัด  ค้นคิดและลงมือเริ่มทำในคนไข้รายแรกของโลกที่ประเทศฝรั่งเศส ปี 2546 และมีการทำการรักษาเปรียบเทียบการรักษาแบบมาตรฐานคือการผ่าตัดเปิดหน้าอก ได้รับการยอมรับทั่วโลกตั้งแต่ 2554 ไม่ได้ด้อยกว่าการผ่าตัดแบบมาตรฐาน จนปัจจุบัน ทั่วโลกได้ทำการรักษาด้วยวิธี เปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนแทนการผ่าตัดแบบเปิดหน้าอก มากกว่า 100,000 ราย” 

อ.พญ.ทรรศลักษณ์ กล่าวว่า การรักษาโรคนี้มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ในอนาคตมีแนวโน้มว่าการรักษาน่าจะมีราคาถูกลง หากระบบการเบิกจ่ายในประเทศไทยสามารถเบิกค่าอุปกรณ์ได้ และในปัจจุบันโรงพยาบาลในประเทศไทยที่สามารถทำ การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด มีเพียงโรงเรียนแพทย์เท่านั้น ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลโรคทรวงอก นนทบุรี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

“ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ทำการรักษาผู้ป่วยเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด ไปแล้วทั้งสิ้น 6 ราย เริ่มตั้งแต่ เมษายน ปี 2560 ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอายุตั้งแต่ 64-85 ปี เป็นที่พึงพอใจสำหรับผู้ป่วย ได้ผลดีในการรักษาแบบใหม่ โดยลดระยะเวลาในการพักฟื้น ระยะเวลาการนอนพักโรงพยาบาล ลดภาวะแทรกซ้อน ปราศจากแผลใหญ่ และในปี 2562 มุ่งพัฒนาการรักษาไปยังลิ้นหัวใจไมทรัล” อ.พญ.ทรรศลักษณ์ กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน