ข่าวด่วน

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าฯมอบช่อดอกไม้ให้กำลังผู้ว่าฯ พร้อมออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลตัดสินใจ ‘รื้อย้าย’อาคารจากป่าแหว่ง

เมื่อเวลา 13.33 . วันที่ 3 ธันวาคม 2561 ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ แกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ อาทิ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ นายบัณรส บัวคลี่ นางคำศรีดา แป้นไทย ..ลักขณา ศรีหงส์ นางปลายอ้อ ทองสวัสดิ์ นางพิมพ์สุชา สมมิตรวศุตม์ และสมาชิกเครือข่ายกว่า 50 คน เข้ายื่นช่อดอกไม้ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านนายมนัส ขันใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นกำลังใจในการเป็นตัวแทนชาวเชียงใหม่ไปประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ระดับประเทศที่กรุงเทพมหานครภายในสัปดาห์หน้า กรณีปัญหาโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จะนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ให้รับทราบถึงกำลังใจและความห่วงใยของประชาชน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 

โดยนายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ในฐานะประชาชนชาวเชียงใหม่ที่มีความห่วงใยต่อดอยสุเทพ ห่วงใยต่อจารีตประเพณีของเรา เพราะเราต้องการทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ ดอยที่เราเคารพและศักดิสิทธิ์ เราอยากให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี พร้อมนำข้อตกลงของคณะกรรมการระดับจังหวัดมาแสดง 3 ข้อ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2561 ผ่านมา ว่า ข้อแรกให้รื้อย้ายอาคารบ้านพัก 45 หลังโดยเร่งด่วน สอง ให้รื้อย้ายอาคาร 9 หลัง และให้ผู้พักอาศัยออกไปนอกเขตพิพาท หากไม่พอเพียงให้ขยายเท่าที่จำเป็น และมอบคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ จึงอยากขอฝาก 3 ข้อตกลงนี้ไปให้คณะกรรมการชุดใหญ่ให้ท่านรีบดำเนินการรื้อย้ายตามมติของพวกเรา เพราะนี่คือมติคณะกรรมการ

อีกประเด็นคือ มีแกนนำและอาสาสมัครเครือข่ายถูกแจ้งความดำเนินคดีโดยสำนักงานและผู้อำนวยการศาลยุติธรรม แต่เราขอยืนยันว่าเราขอสู้ในกรอบของกฎหมาย ในฐานะประชาชนที่ลุกขึ้นมาสู้เพื่อให้ได้ผืนป่ากลับคืนมา ทำให้พวกเราต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อสู้คดี จึงรู้สึกอึดอัดพอสมควรเพราะผู้ที่แจ้งความเราคือสำนักงานศาล จึงฝากเรียนถึงพ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศให้รับทราบว่าพวกเรากำลังถูกดำเนินคดีจากการทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพให้กลับคืนมา

นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ เวลา 14.00 . จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา 3 ข้อหาที่ สน.พหลโยธิน จากกรณีการสัมภาษณ์หลังโดนค้นบ้าน และวันประชุมเครือข่าย ซึ่งจะได้ทราบจริงว่าเป็นข้อกล่าวหาใด ส่วนนายเรืองยศ สิทธิโพธิ์ ที่ถูกดำเนินคดีที่เชียงใหม่ และเมื่อเช้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเข้าไปและเตรียมดำเนินคดีกับพนักงานร้านป้ายอีกสองคน แต่ยังไม่ชัดว่าดำเนินคดีหรือยัง เราก็ต้องสู้ต่อไปในฐานะประชาชนที่ลุกขึ้นมาทวงผืนป่า การที่ชาวบ้านผู้หาเช้ากินค่ำ ความยุ่งยากที่เราจะต้องลงไปกรุงเทพฯ ยืดเยื้อยาวนาน และเป็นเรื่อวเกี่ยวข้องกับสำนักงานศาลและป่าแหว่ง เราและทางเครือข่ายก็รู้สึกกังวลใจเพราะเราไม่มีความรู้ที่จะไปสู้ท่านหรือใครก็ได้ แต่เราก็มีทนายความที่พอจะมาช่วยได้ และมีกองทุนช่วยเหลือที่เปิดบัญชีในนนามเครือข่ายขึ้น เพราะคิดว่าหลายๆ ท่านจะโดนคดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะได้มีค่าใช้จ่ายเดินทางไปสู้คดีที่กรุงเทพฯ

ทั้งนี้เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพออกแถลงการณ์ มีข้อความระบุว่า ตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพและประชาชนชาวเชียงใหม่มารวมตัวที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ ก็เพื่อมอบดอกไม้เป็นกำลังใจให้กับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะคณะกรรมการแก้ไขปัญหากรณีการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5  ที่กำลังจะประชุมกันที่กรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาตัดสินใจปัญหาป่าแหว่งในขั้นตอนสุดท้าย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ เคยมีมติร่วมกับตัวแทนเเครือข่ายประชาชนในการประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาให้รื้อย้ายอาคารสิ่งปลูกสร้างซึ่งก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบทั้งทางสิ่งแวดล้อมและทางสังคมวัฒนธรรมออกไปเพื่อให้สามารถฟื้นฟูป่ากลับคืนมาแก่ดอยสุเทพ พวกเราประชาชนชาวเมืองจึงมาเพื่อจะย้ำเตือน นำเสนอข้อกังวล และ เป็นกำลังใจให้ท่านได้ดำเนินการในสิ่งที่จะยังประโยชน์ต่อประเทศชาติและลูกหลานชาวเชียงใหม่ในอนาคตด้วยความยั่งยืนต่อไป

สิ่งที่เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพยังเป็นกังวลและได้นำเรียนต่อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนจะเดินทางไปร่วมพิจารณาตัดสินใจปัญหาป่าแหว่งก็คือ ปัญหานี้เป็นเรื่องของขนบวัฒนธรรมและความรู้สึกของประชาชนโดยเฉพาะประชาชนในท้องถิ่นภาคเหนือที่เคารพนับถือดอยสุเทพในฐานะดอยศักดิ์สิทธิ์และเป็นศรีของเมือง รวมถึงความรู้สึกต่ออำนาจกฎหมายและราชการที่ถือระเบียบของตนเองเป็นสำคัญจนอาจมองข้าม ไม่เห็นประเด็นละเอียดอ่อนดังกล่าว การตัดสินใจใดๆ ที่ทำให้เรื่องนี้ยังค้างคาต่อไป อาจจะขยายเป็นปัญหาที่ไม่อาจประเมินได้ในอนาคต

นับจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ได้รับปากกับกับประชาชนเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2561 หอประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาจังหวัดเชียงใหม่ ว่าจะไม่ให้มีผู้พักอาศัยในอาคารชุด 9 หลังและบ้านพัก 45 หลังทั้งให้รังวัดพื้นที่เพื่อจะส่งคืนให้กับสำนักงานธนารักษ์และให้มีการฟื้นฟูพื้นที่โดยเร่งด่วน ขนาดที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ออกรายการโทรทัศน์และแถลงข่าวตามมาเพื่อให้ความมั่นใจ แต่ถึงขนาดนั้นคำมั่นสัญญาเมื่อกว่า 6 เดือนที่แล้วก็ยังไม่เคยปรากฏว่าเป็นจริง รัฐบาลตั้งคณะกรรมการระดับชาติที่มีรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อพิจารณาว่าจะจัดการโครงการดังกล่าวเช่นไร ทั้งมีคณะอนุกรรมการระดับพื้นที่ถึงขนาดมีมติออกมาชัดเจนเมื่อเกือบ 3 เดือนก่อน แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ การที่ราชการดำเนินเรื่องไปแบบไม่เร่งรัด บางประเด็นที่ประชาชนสงสัยกลับไม่มีคำชี้แจงหรือการอธิบายใดๆ แม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยเช่นระยะเวลาที่ชัดเจนของการส่งมอบและรับมอบงานจากผู้รับเหมาซึ่งเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิม ฯลฯ ล้วนแต่เป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจประชาชนที่เรียกร้องโดยสุจริตให้รัฐเข้ามาแก้ปัญหา ความล่าช้าไร้การตอบสนองและไม่มีการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญากดดันและทำร้ายจิตใจประชาชนที่เฝ้ารอวันแล้ววันเล่ารวมเวลากว่า 6 เดือนนับจากรัฐบาลได้มีคำมั่นสัญญาให้กับพวกเรา

ที่จริงแล้วปัญหาป่าแหว่งควรจะมีความชัดเจนและยุติได้ตั้งแต่เดือนกันยายนหรือตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้รับเหมาส่งมอบงาน แต่คณะกรรมการตัดสินใจแก้ปัญหาให้เรื่องราวชัดเจนที่มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานยังไม่สามารถมีมติเพื่อยุติปัญหาได้จริง ความยืดเยื้อดังกล่าวกดดันซ้ำเติมต่อประชาชนที่รอคอยความชัดเจนการปฏิบัติจริงจากคำรับปากนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีคำกล่าวที่แพร่หลายว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม Justice delayed is justice denied : ฉันใดฉันนั้น การทอดถ่วงเวลาไม่เร่งตัดสินใจแก้ปัญหาให้กับประชาชนและเพิกเฉยไม่บอกกล่าวเป็นสิ่งที่รัฐไม่ควรกระทำ เพราะผลของมันคือการยกระดับปัญหาขึ้นไปในทุกๆ มิติ ล่าสุด ยังมีการแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดกับแกนนำและอาสาสมัครเครือข่ายฯ รวม 4 เรื่องดังนี้ กรณีผู้พิพากษา มอบอำนาจให้ผ..ศาลจังหวัดเชียงใหม่แจ้งความเอาผิด นายเรืองยศ สินธิโพธิ์ ที่ สภ..เมือง เชียงใหม่ หมายเรียก นายธีระศักด์ รูปสุวรรณ จาก สน.พหลโยธิน แจ้งดำเนินคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากสำนักงานศาลยุติธรรม หมายเรียกที่สอง นายธีระศักด์ รูปสุวรรณ จาก สน.พหลโยธิน แจ้งดำเนินคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากสำนักงานศาลยุติธรรม และหมายเรียก นายเรืองยศ สินธิโพธิ์ จาก สน.พหลโยธิน แจ้งดำเนินคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา คดีความดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการเรียกร้องที่ยาวนานแต่ไร้คำตอบและการเร่งรัดดำเนินการจากภาครัฐ  ซึ่งผลจากการนี้ก่อให้เกิดปัญหาความยากลำบากต่อประชาชนที่ออกมาเรียกร้องโดยสุจริตเพื่อประโยชน์ของชุมชนและสาธารณะต้องเดินทาง มีค่าใช้จ่ายและความวิตกกังวลผูกพันต่อเนื่องไปอีก

เครือข่ายของคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพและประชาชนในที่นี้ ขอเป็นกำลังใจและฝากความหวังให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะเข้าไปร่วมประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาฯ ได้ทำหน้าที่บอกกล่าวปัญหาและความรู้สึกของพวกเราประชาชนต่อคณะกรรมการท่านอื่นๆ ที่กรุงเทพมหานคร และร้องขอให้ท่านและคณะได้โปรดเร่งรัดมีมติออกมาให้เป็นที่สิ้นสุด ไม่มีการเลื่อนขยายเวลาต่อไปอีกแล้ว ก็เพื่อให้ปัญหานี้ได้ข้อยุติตามความต้องการของประชาชนที่ได้ร่วมแสดงออกอย่างต่อเนื่องดังที่ทราบกันอยู่ ซึ่งเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพและประชาชนในที่นี้ ขอขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการแก้ปัญหาทุกท่านเป็นการล่วงหน้า มา ที่นี่

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน