เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพร่วม ปล่อย ’โคมควัน’สัญลักษณ์ป่าแหว่ง ย้ำประชาชนถูกรังแก

เมื่อเวลา 10.00 . วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 ที่บริเวณข้างเจดีย์ขาว (กิ่ว) หน้าเทศบาลนครเชียงใหม่ .เมืองเชียงใหม่ .เชียงใหม่ เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ นำโดยนายบัณรส บัวคลี่ นางคำศรีดา แป้นไทย นางปลายอ้อ ทองสวัสดิ์ นายเกริก อัครชิโนเรศ ..ลักขณา ศรีหงส์ นายอาณัติ คลังวิเชียร และสมาชิกเครือข่ายฯ ร่วมกันจุดโคมควัน หรือว่าวไฟ ซึ่งทำมาจากกระดาษว่าวหลากสี ติดข้อความลอยเคราะห์ ป่าแหว่ง ออกจากดอยสุเทพ และ ลอยไปบอกเบื้องบน ว่าคนเชียงใหม่ ถูกรังแกเพื่อปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าตามประเพณียี่เป็ง หรือเทศกาลลอยกระทงของชาวล้านนาในช่วงเทศกาลสำคัญของชาวเหนือ พร้อมเตรียมเชือกสีขาวมาเตรียมเพื่อผูกโคมควัน

โดยทั้งหมดได้ร่วมกันจุดคบไฟเพื่อรมควันใส่โคมควัน แต่ด้วยไฟที่ค่อนข้างแรง และกระดาษว่าวที่ขาดง่าย ทำให้ไม่สามารถรมควันเข้าไปในโคมได้ตามที่ต้องการ จนในที่สุดโคมควันดังกล่าวได้เกิดไฟลุกไหม้เสียหายก่อนที่จะปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า

นายเกริก อัครชิโรศ ปราชญ์ล้านนา กล่าวว่า ปกติตามประเพณีล้านนาชาวบ้านจะรวมตัวกันที่วัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เพื่อปล่อยโคมควัน ถือเป็นการปล่อยเคราะห์ ปล่อยนามขึ้นสู่ฟ้า โดยจะเขียนชื่อติดไปกับโคมหากใครเก็บได้ก็จะนำไปรับรางวัลที่วัดหรือคนในชื่อนั้น แต่ปัจจุบันเชียงใหม่กำลังประสบเคราะห์ เพราะมีป่าแหว่งเกิดขึ้นในป่าอนุรักษ์ดอยสุเทพ เราจึงรวมตัวกันมาปล่อยโคมควันเพื่อแสดงสัญลักษณ์ และปล่อยบ้านป่าแหว่งออกไปจากพื้นที่เชียงใหม่ แม้วันนี้โคมควันจะไม่ได้ลอยขึ้นฟ้า เพราะหน่วยงานรัฐมีคำสั่งห้ามปล่อยเพราะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยทางการบิน ซึ่งทำให้ประเพณีต้องเปลี่ยนแปลงไป หันไปสนับสนุนการปล่อยโคมไฟตอนกลางคืน เพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวแทนทั้งที่ไม่ควรทำ

สิ่งที่เราทำมาจากจิตใจของชาวเชียงใหม่ที่รักดอยสุเทพ ยิ่งปล่อยปัญหานี้ไว้ก็จะยิ่งเกิดความไม่สบายใจ เราจึงออกมาแสดงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องความถูกต้องและความเป็นธรรมคืนมา และจะไม่ยอมเลิกไม่ว่าจะถูกภัยคุกคามอย่างไรก็ตามนายเกริก กล่าว

ในขณะที่นายบัณรส บัวคลี่  โฆษกเครือข่ายฯ กล่าวเสริมว่า เราเตรียมเชือกมามาผูกหรือล่ามโคมไว้ เป็นเชิงสัญลักษณ์ว่านี่คือทุกข์ของคนเชียงใหม่ที่มาจากคำกล่าวอ้างว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถูกกฎหมายและเป็นพันธนาการที่คนเชียงใหม่ไม่ยอมรับ นั่นคือ กฎหมายที่มาจากส่วนกลาง ไม่ได้มีความเข้าใจท้องถิ่นแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่เครือข่ายทำกิจกรรมนั้น ได้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานศาลเดินทางมาบันทึกภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย และนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานเครือข่ายไม่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมแต่อย่างใด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าค้นบ้านไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน