ทอท.เผยความคืบหน้า ‘สนามบินเชียงใหม่’แห่งที่2 ลงทุน6หมื่นล้าน รองรับผู้โดยสารเส้นทางภายในประเทศ10-15ล้านคน

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยความคืบหน้าการก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ในระหว่างมาปฏิบัติภารกิจที่ .เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมาว่า ปัจจุบัน ทอท. บริหาร 6 สนามบินจากจำนวนสนามบินทั้งหมด 39 แห่ง โดยแยกเป็นภาคเหนือ 2 แห่ง ภาคใต้ 2 แห่ง และภาคกลาง คือ สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง แต่ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ ทอท.บริหารสนามบินหลักและรองในอีก 2 ภาค คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยให้สนามบินอุดรธานี เป็นสนามบินใหญ่ และสนามบินสกลนครเป็นสนามบินเล็ก เช่นเดียวกับภาคตะวันตก คือ สนามบินตาก แต่จะเป็นสนามบินเล็ก และ ที่ .ชุมพร ซึ่งจะเป็นริเวียร่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการเตรียมรับโอนจากกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ซึ่งจะนำเข้า ครม. อีกครั้ง โดยมีการตั้งปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นหัวหน้าคณะทำงาน คาดว่าประมาณเดือนธันวาคมนี้น่าจะเข้า ครม.ได้

สำหรับสนามบินเชียงใหม่ในปัจจุบัน จำนวนผู้โดยสารถือว่าเต็มจำนวนที่รองรับได้แล้ว จากที่ประมาณการไว้ 8 ล้านคนต่อปี แต่ขณะนี้ตัวเลขผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่สูงถึง 10  ล้านคน และปัญหาของสนามบินเชียงใหม่ปัจจุบันคือ เมืองล้อมสนามบิน ทางกรมท่าอากาศยานได้เคยทำการศึกษาพื้นที่ก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ไว้แล้วโดยมีพื้นที่เลือกไว้ 4-5 แห่ง และพื้นที่เหมาะสมที่สุดคือ เขตรอยต่อ .บ้านธิ .ลำพูน และ .สันกำแพง .เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินเดิมในรัศมี 25 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 11,100 ไร่ แต่ทาง ทอท.จะใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 เพียง 7,000 ไร่ โดยจะใช้แนวรันเวย์เดียวกับทิศทางของสนามบินเดิม

นายนิตินัย  กล่าวอีกว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการรอสำนักการบินพลเรือนเสนอแผนการบินของชาติโดยรวมก่อน แม้ว่าก่อนหน้านั้นทาง กพท. เคยจะมอบให้ ทอท.เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 และถ้าหากสามารถเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ได้ในเดือนธันวาคมนี้ ก็จะเข้าสู่กระบวนการเตรียมที่ดิน แต่อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทาง ทอท. ได้ลงพื้นที่และสำรวจแนวที่ดินไปแล้ว พบว่าจุดที่จะดำเนินการก่อสร้างเป็นที่ดินที่มีโฉนดประมาณ 5,000 กว่าแปลง ซึ่งก็จะใช้กฎหมายเวนคืนที่ดิน และเป็นพื้นที่เดิมที่เคยศึกษาไว้ หากใครไปซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรอาจจะร้องไห้หนักมากก็เป็นได้

สนามบินแห่งใหม่คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี และน่าจะให้เป็นสนามบินภายในประเทศ ซึ่งรองรับจำนวนผู้โดยสารได้ปีละ 10-15 ล้านคน ใช้เงินลงทุนประมาณ 60,000 ล้านบาท ไม่รวมกับราคาที่ดินที่คาดว่าจะใช้งบประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท ส่วนสนามบินเดิมจะให้เป็นสนามบินต่างประเทศ

นายนิตินัย กล่าวว่า จะมีการขยายสนามบินปัจจุบันควบคู่ไปกับการเตรียมการก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 โดยจะเพิ่มอาคารเอนกประสงค์บริเวณด้านขวาสนามบินเดิม โดยไม่จำเป็นต้องรอย้ายบ้านพักและอาคารดับเพลิงออกไป ซึ่งก็จะทำให้เร็วขึ้น และอาคารเอนกประสงค์นี้จะมีเนื้อที่หลายหมื่นตารางเมตร ซึ่งทอท.จะเสนอขอให้เป็นการลงทุนร่วมรัฐและเอกชนหรือ PPP ซึ่งน่าจะใช้เงินลงทุนไม่ถึง 1,000 ล้านบาท สำหรับแผนงานนี้ได้เพิ่มเข้าไปในแผนแม่บทของท่าอากาศยานเชียงใหม่ และคณะกรรมการ หรือบอร์ด ทอท. ได้อนุมัติไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน