ททท.คาดนักท่องเที่ยวกว่า80,000คน แอ่วงาน ‘ยี่เป็ง’เชียงใหม่2561

เมื่อเวลา 10.00 . วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 ที่ห้องประชุม 4 อาคารศาลากลาง ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงกิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลยี่เป็ง หรือลอยกระทงเชียงใหม่ ประจำปี 2561 โดยมีนายวิรุฬ พรรณทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน

ทั้งนี้นายสรรเสริญ ศีติสาร รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิากยน 2561 จะมีกิจกรรมรื่นเริงและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามมากมาย ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดแอ่วยี่เป็งเจียงใหม่ ฮ่วมใจ๋ลดขยะ ปลอดประทัดยักษ์ ไร้แอลกอฮอล์

โดยวันที่ 20 พฤศจิกายนจะมีพิธีเปิดงานตามผางประทีปส่องฟ้า ฮักษาเมือง บริเวณลานราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ จัดแสดงโคมล้านนา ซุ้มสาธิตการทำกระทง เขาวงกต ฟ้อนบูชาผางประทีป จำนวน 500 คน และการจุดผางประทีปรอบคูเมือง การแสดงประติมากรรมโคมไฟยี่เป็งบริเวณสี่มุมเมืองและรอบคูเมืองตลอด 4 วัน ในช่วงเทศกาลยี่เป็ง ขบวนแห่กระทงเล็กและกระทงใหญ่ในคืนขึ้น 15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ การประกวดเทพีและเทพบุตร หนูน้อยนพมาศ บริเวณลานประตูท่าแพ การบวงสรวงขอขมาแม่น้ำปิง การประกวดกลอง ประดิษฐ์กระทงฝีมือจากวัสดุธรรมชาติ การแสดงกลองคีตเภรีล้านนา การปล่อยกระทงสายเพื่อสืบสานประเพณีที่ริมแม่น้ำปิง การสาธิตทำโคมและหยอดผางประทีป บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ การสืบฮีตสานฮอย พุทธสถานภายในวัดเจ็ดลินและวัดโลกโมฬี

ปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลยี่เป็งจำนวนมาก โดยอัตราการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 70-75% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยสำนักงาน ททท.ต่างประเทศแจ้งตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ทั้งจีน ญี่ปุ่น และยุโรป ซึ่งยังไม่รวมนักท่องเที่ยวที่จะเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ที่จัดขึ้นในช่วงดังกล่าวอีกหลายรายการ ทาง ททท. จึงประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมไม่ต่ำกว่า 80,000 คนนายสรรเสริญ กล่าว

ในขณะที่นายปราการ ขันปัญญา ปลัดเทศบาลเมืองต้นเปา .สันกำแพง .เชียงใหม่ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2561 เทศบาลเมืองต้นเปาร่วมกับหมู่บ้านหนองโค้ง .ต้นเปา จัดงานมหกรรมโคมบ้านหนองโค้งและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 8 เพื่อเผยแพร่เรื่องราวความเป็นไทยล้านนาในการผลิตโคมลอยและโคมล้านนาแห่งแรกของประเทศไทยในแง่มุมต่างๆ เพื่อต่อยอดและสร้างรายได้แก่ชุมชนให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต

วันที่ 21 พฤศจิกายน จะมีขบวนรถประดับโคมที่สวยงาม การฟ้อนโคมจากช่างฟ้อนอำเภอสันกำแพง การสาธิตทำโคมประเภทต่างๆ กาดหมั้วคัวฮอม การออกร้านของดี 10 หมู่บ้าน 2 ชุมชน การประดับโคมแขวนหลากสีสันตามถนน แขวนจ้อง (ร่ม) บ่อสร้าง ที่วัดพระนอนแม่ปูคา การแขวนโคมเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา วัดหนองโค้ง ซึ่งรับรองได้ถึงความงดงามที่จะสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวนายปราการ กล่าว

ส่วนนายวัศพล กาวิอิ่น ตัวแทนชุมชนเมืองต้นเปา กล่าวว่า ตนเป็นคนแรกที่ให้กำเนิดโคมลอย สร้างชื่อเสียงจนโด่งไปทั่วโลกในความสวยงามในงานแรกของเทศกาลร่มบ่อสร้าง ตั้งแต่ปี 2525 ซึ่งในขณะนั้นมีผู้ใหญ่ของบ้านเมืองหลายท่านเห็นความสวยงามจึงนำไปส่งเสริมทั้งในแง่อาชีพและการท่องเที่ยว แต่โคมลอยของตนเป็นโคมที่ได้มาตรฐาน เพราะเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นจริงๆ แต่ปัจจุบันโคมลยอกลายเป็นปัญหาเป็นสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ ตนจึงหยุดผลิตอย่างเด็ดขาดและหันมาผลิตโคมประดับแขวนทดแทน แต่ยังคงมีกลุ่มคนอื่นๆ ไปผลิตขึ้นมาจำหน่ายจนมั่วไปหมดและไม่ได้มาตรฐาน จึงอยากวิงวอนว่าอย่าเห็นแก่รายได้โดยไม่คำนึงถึงอันตรายใหญ่หลวงที่จะตามมา เพราะการปล่อยโคมลอยที่มีมาตรฐานและบูชาโคมแขวนถือเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว เป็นการสืบทอดศิลปะล้านนาไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามและสนุกสนานเท่านั้น

...ปิยะพันธุ์ ภัทรพงศ์สินธิ์ รอง ผบก..จว.เชียงใหม่ กล่าวเสริมว่า ปีนี้จะเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องการออกตรวจตราและจับกุมผู้ขายประทัดยักษ์ พลุ ดอกไม้ไฟ ที่ไม่ได้รับอนุญาตมากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งการดำเนินการกับกลุ่มที่นำโคมลอยมาจำหน่ายในพื้นที่ไม่ได้รับอนุญาต เพราะอันตรายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีผลต่อชีวิต อาคารสถานที่ต่างๆ หากเกิดไฟไหม้รุนแรง หรือส่งผลกระทบต่ออากาศยานขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดร.นวลวรรณ ชะอุ่ม คณะกรรมการจัดงานการแข่งขันโอลิมปิกหุ่ยนต์ ระดับนานาชาติ ประจำปี 2561เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2561 จังหวัดเชียงใหม่มีการจัดแข่งขันโอลิมปิกหุ่ยนต์ ระดับนานาชาติ ประจำปี 2561 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จะมีผู้เข้าแข่งขัน 63 ประเทศ จำนวนกว่า 10,000 คน ซึ่งภายหลังการแข่งขันทั้งผู้เข้าแข่งขัน โค้ช และผู้ติดตามจากประเทศต่างๆ จะอยู่ท่องเที่ยวเทศกาลยี่เป็งด้วย คาดมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน 

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน