ข่าวด่วน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ฯแถลงจับ ‘แก๊งไต้หวัน’ขนเฮโรอีน100กก. มูลค่า400ล้านบาท

วันที่ 31 ตุลาคม 2561 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ พล...ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 ในห้วงวันที่ 20  – 29 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมี พล...ภานุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และหน่วยงานทหาร ฝ่ายปกครอง และ ปปส.ภาค 5 เข้าร่วมให้ข้อมูล

โดยคดีสำคัญชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 สามารถจับกุมเครือข่ายค้าเฮโรอีนข้ามชาติชาวไต้หวัน  หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ตุลาคม 2561) เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายจะสีคา เมืองยอง อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 536 หมู่ 13 ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะขยายผลจับกุมนาย PAO,ZIH – CHAO อายุ 38 ปี นาย CHANG THINGYU อายุ 23 ปี และนาย WU ZHING YI อายุ 38 ปี ทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน พร้อมของกลางเฮโรอีนจำนวน 200 แท่งน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท 

ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีกลุ่มค้าเฮโรอีน ลำเลียงสินค้าจากแนวชายแดนเข้ามาส่งให้กับชาวต่างชาติในตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อทำการบรรจุและส่งออกไปให้ลูกค้าในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา เจ้าหน้าที่จึงติดตามจนพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ผน 9788 เชียงใหม่ มีนายจะสีคา ขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดของตลาดรวมโชค อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่  เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้นรถพบของกลางเฮโรอีน 200 แท่ง ก่อนขยายผลจนสามารถจับกุมชาวไต้หวัน 3 คน ภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่งย่านไนท์บาซ่า ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

จากการสอบสวนเบื้องต้นชาวไต้หวันทั้ง  3 คน ยังปฏิเสธและไม่ขอให้การใดๆ ส่วนนายจะสีคา รับสารภาพว่า รับจ้างเครือข่ายค้ายาเสพติดนำเฮโรอีนมาส่งให้กับลูกค้าชาวต่างชาติแล้ว 3 ครั้ง โดยมีผู้บงการเป็นหญิงคนหนึ่ง ซึ่งจะคอยสั่งการและประสานงานกับลูกค้าชาวไต้หวันที่เดินทางมารับเฮโรอีน จากนั้นจะนำไปทำการบรรจุเพื่อเตรียมส่งออกในรูปของพัสดุภัทฑ์ไปยังต่างประเทศต่อไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลถึงกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งถือเป็นขบวนการค้าเฮโรอีนข้ามชาติรายใหญ่ที่สุดอีกกลุ่ม ส่วนผู้ต้องหาทั้ง  4 คน เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ส่วนผลการกวาดล้างในห้วงวันที่ 20 – 29 ตุลาคม สามารถจับกุมคดีอาญาทั่วไป 1,204  คดี ผู้ต้องหา 1,249 คน คดีค้างเก่าจับกุม 50 คดี ผู้ต้องหา  50 คน คดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด จับกุม 145 คดี ผู้ต้องหา 123 คน ตรวจยึดของกลาง อาวุธปืน 195 กระบอก โดยเป็นอาวุธปืนที่ใช้ในสงคราม 5 กระบอก M16 จำนวน 2 กระบอก AK47 (อาก้า) จำนวน 1 กระบอก M79 จำนวน 2 กระบอก และลำกล้องอาวุธปืน M16 จำนวน 20 อัน คดียาเสพติด  สามารถจับกุม 814 คดี ผู้ต้องหา 826 คน ของกลาง ยาบ้า 33,153,123  เม็ดเฮโรอีน 101,028.15 กรัม ยาไอซ์ 22.88 กรัม กัญชา 220.35 กรัม ฝิ่น 1,204.41 กรัม และผลดำเนินการกับบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Over stay) จำนวน 461 คน แบ่งเป็น ดำเนินการจับกุม 93 คน และ เปรียบเทียบปรับ 368 คน

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน