แสนสิริแสดงจุดยืนองค์กรที่เป็นมิตรกับเด็ก เปิดแคมเปญ ‘บ้านแสนธรรมดา’ระดมทุนออนไลน์เพื่อยูนิเซฟ มุ่งเปลี่ยนความธรรมดาให้เป็นความพิเศษ แก่เด็กขาดโอกาสหลายล้านคนทั่วไทย

วันที่ 6 กันยายน 2561 ด้วยความมุ่งมั่นในการทำงานของ แสนสิริ ตามแนวคิด ‘Constructing Life, not just Buildings’ ที่ไม่ได้ต้องการเพียง สร้างที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุด แต่ยังต้องการ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ให้กับสังคมเช่นกัน แสนสิริตระหนักดีว่ายังมีเด็กอีกหลายล้านชีวิตที่ได้รับผลกระทบ และกำลังประสบปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การศึกษา ความรุนแรง และความปลอดภัยในเด็ก ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นปัญหาที่สอดคล้องกับการทำงานเพื่อสังคมของแสนสิริ ที่มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือเด็ก เพราะแสนสิริเชื่อว่าเด็กคือ รากฐานของสังคมที่ดี และสามารถเปลี่ยนแปลงสังคม หรือ Social Change ได้ในอนาคต ดังนั้นการได้มอบโอกาสให้เด็กได้มีพื้นฐานคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับเราทุกคน ด้วยเหตุนี้แสนสิริจึงให้การสนับสนุน พร้อมร่วมเป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการกับองค์การยูนิเซฟมากว่า 7 ปีแล้ว

นายโกวิทย์ โปษยานนท์ ประธานกรรมการ บริษัทแสนสิริ จำกัด ( มหาชน ) กล่าวว่า วันนี้แสนสิริมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการเดินทางเพื่อช่วยเหลือเด็กร่วมกันอย่างยั่งยืน ด้วยการเป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการกับองค์การยูนิเซฟมาตั้งแต่ปี 2554 หรือกว่า 7 ปีแล้ว ด้วยเจตนารมณ์ขององค์กรที่เป็นมิตรกับเด็ก โดยร่วมกันการพัฒนาความเป็นอยู่ พร้อมสร้างความตระหนักด้านสิทธิเด็กและเยาวชนในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นเรื่องสุขภาพ การศึกษา การกีฬา รวมทั้งการให้ความช่วยเหลืออย่างไร้พรมแดน ซึ่งนอกจากการมอบเงินบริจาคแก่ องค์การยูนิเซฟเป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมแล้วกว่า 7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 250 ล้านบาท ให้กองทุนฉุกเฉินขององค์การยูนิเซฟที่ผ่านมา เรายังได้ทำโครงการต่างๆ ร่วมกันมากกว่า 10 โครงการ

ดังนั้นในวาระครบรอบ 7 ปี ที่ทำงานร่วมกับองค์การยูนิเซฟ แสนสิริจึงได้ริเริ่มแคมเปญ บ้านแสนธรรมดา โดยเป็นการระดมทุนออนไลน์ เพื่อมอบให้แก่องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้นำไปช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กที่ขาดโอกาสให้ดียิ่งขึ้น และหวังว่าแคมเปญนี้ จะสามารถจุดประกายให้ทุกคนได้รวมพลังในการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนโดย เฉพาะในประเทศไทย ด้วยช่องทางการบริจาคแบบออนไลน์ที่ง่ายยิ่งขึ้น

นายโกวิทย์ กล่าวเสริมว่า แคมเปญ บ้านแสนธรรมดา เป็นโครงการระดมทุนออนไลน์ ที่เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของแสนสิริ ในการระดมทุนให้แก่องค์การยูนิเชฟ ประเทศไทย อันเกิดจากจุดยืนด้านความรับผิดชอบ ทางสังคมของแสนสิริเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนในประเทศไทย ในปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ที่อาจดูเป็นสิ่งธรรมดา แต่สำหรับน้องๆ ที่ขาดโอกาสแล้ว ถือเป็นความพิเศษมีค่ามากมาย โดยเงินบริจาคจากโครงการ บ้านแสนธรรมดา นั้น จะนำไปช่วยเด็กๆ ใน 4 เรื่องหลัก คือ 1. การศึกษา เพิ่มโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ เหมาะสมสำหรับเด็กทุกคน 2. ยุติความรุนแรง ช่วยคุ้มครองเด็กให้ปลอดภัยจากความรุนแรงในบ้าน และจากสังคม ลดการถูกทอดทิ้ง และแสวงหาผลประโยชน์รูปแบบต่างๆ 3. ความปลอดภัย ป้องกัน และตรวจสอบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เกิดเหตุวิกฤติ และพร้อมให้การช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในทุกพื้นที่อย่างทันท่วงที และ 4. สุขภาพที่ดี การดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน จัดหายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่างๆ ให้เด็กที่ยากไร้ และเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือการศึกษา การยุติความรุนแรง ความปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งจะช่วยในการเปลี่ยนชีวิตเด็กไทยหลายล้านคนให้ดีขึ้นได้

ในขณะที่ นางสิรินทรา มงคลนาวิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวางแผนองค์กร และพัฒนาความยั่งยืน บริษัท แสนสิริ จำกัด ( มหาชน ) กล่าวว่า เพราะแสนสิริเชื่อว่ารากฐานที่ดี เริ่มต้นได้ที่บ้าน และเด็กทุกคนควรได้รับปัจจัยพื้นฐานที่ดี ไม่ว่าเชื้อชาติใดต้องได้รับการดูแล ให้มีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัย มีสุขภาพที่ดี และได้รับการศึกษา รวมถึงการเสริมสร้างพัฒนาการ ทางด้านร่างกายและสติปัญญา เราจึงริเริ่มแคมเปญ บ้านแสนธรรมดา เพื่อเป็นการระดมทุน ออนไลน์ให้แก่องค์การยูนิเซฟ โดยเริ่มต้นเพียง 100 บาทเท่านั้น และเงินบริจาคเหล่านั้นจะนำไป สร้างโอกาสและสภาพแวดล้อม ที่เอื้ออำนวยต่อพัฒนาการ และความปลอดภัยต่อเด็ก ซึ่งเรา เชื่อมั่นว่าในการสร้างโอกาสให้เด็กทุกคน ผ่านแคมเปญบ้านแสนธรรมดา จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วย ให้เด็กได้เติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคต และนอกเหนือจากเงินบริจาคที่ได้รับจากแคมเปญนี้แล้ว เรายังต้องการชี้ให้เห็นถึงปัญหาของเด็กที่ขาดโอกาสที่มีอยู่ในสังคมไทย เพื่อให้เกิดเป็น พลังสังคมร่วมมือกัน ลงมือทำ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย . . 2558-2559 ซึ่งจัดทำโดยสำนักงาน สถิติแห่งชาติ ด้วยการสนับสนุนจากยูนิเซฟ พบว่ามีเด็กอายุระหว่าง 0-17 ปีในประเทศไทยถึง   3 ล้านคน ที่ไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อและแม่เนื่องจากพ่อแม่ต้องย้ายถิ่นเพื่อหางานทำ ซึ่งคิดเป็น สัดส่วน ถึงร้อยละ 21  ของประชากรเด็กทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นเด็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงร้อยละ 32 ยูนิเซฟพบว่าเด็กที่อยู่ห่างไกลจากพ่อแม่มักมีพัฒนาการโดยเฉพาะด้านภาษาล่าช้า กว่าเด็กที่อยู่กับพ่อแม่ จากสถิติดังกล่าว แสนสิริและยูนิเซฟจึงเล็งเห็นตรงกันว่า การสร้างโอกาส ให้เด็กทุกคนเติบโตท่ามกลางความรัก ความเอาใจใส่ ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและ เอื้ออำนวยต่อพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ และการเรียนรู้ เป็นสิ่งที่ทุกคนควรต้องร่วมกัน ผลักดันให้เกิดขึ้น

ส่วน นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า ยูนิเซฟมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ ร่วมมือกับแสนสิริในฐานะพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีเจตนารมณ์เดียวกันตลอด 7 ปี และจากนี้ต่อไป ด้วยแนวคิด “Children are everyone’s business” หรือเรื่องของเด็กเป็นเรื่องของเราทุกคน แสนสิริถือเป็นตัวอย่างที่ดีของภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันในสังคม โดยเฉพาะแก่เด็กๆ ที่ขาดแคลนโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ เพื่อช่วยให้เด็กๆ ได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพของสังคม และสำหรับแคมเปญบ้านแสนธรรมดา ยูนิเซฟต้องขอขอบคุณแสนสิริที่ยังคงมุ่งมั่นในการร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของเด็กทุกคน ในประเทศไทย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแคมเปญนี้จะได้รับการสนับสนุนจาก ทุกภาคส่วนของ สังคมต่อไป

นอกจากนั้นแสนสิริยังร่วมกับยูนิเซฟในแคมเปญมากมาย จนได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก ในด้านการปกป้องสิทธิเด็ก   และเป็นองค์กรภาคเอกชนรายแรกของประเทศไทย ที่ลงนาม เป็นพันธมิตรกับยูนิเซฟ โดยเริ่มต้นการทำงานร่วมกันจากแคมเปญ Iodine Please จน ประสบความสำเร็จ และได้รับการบันทึกและออกเป็นกฎหมายครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ องค์กรเอกชน และบุคคลในสังคมมากมาย

โดยตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา แสนสิริได้รับเกียรติเข้าร่วมในเวทีระดับโลกกว่า 8 ครั้ง ได้รับการ ตอบรับจากผู้แทนสหประชาชาติ หลายๆ หน่วยงาน รวมถึงได้รับรางวัลด้าน CSR จากทั้งระดับ ประเทศ ระดับภูมิภาคเอเชีย และระดับโลก รวมถึงล่าสุดปี 2559 บนเวที Global Child forum แสนสิริได้ถูกหยิบยกเป็นตัวอย่างที่ดีเมื่อครั้งเปิดเวที จาก 289 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากแนวคิด “Children are everyone’s business” แสนสิริได้วาง แนวทาง การทำกิจกรรมเพื่อสังคมแบบใหม่ที่เรียกว่า “Social Change” ครอบคลุม 4 ขอบเขต สำคัญ ได้แก่ Good Place การเริ่มต้นจากภายในองค์กร Good Space การขยายความร่วมมือ ไปยังคู่ค้า Good Community การต่อยอดความช่วยเหลือสู่สังคม ในวงกว้าง Good Global Citizen การส่งต่อความช่วยเหลือไปยังเด็กทั่วโลก หรือประชาคม ทั้งนี้ด้วยความมุ่งมั่นในการ วางพื้นฐานการพัฒนาช่วยเหลือให้เด็กๆที่ขาดแคลนได้เติบโตอย่างมีคุณภาพอย่างยั่งยืน

ทุกท่านมีส่วนร่วมในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กขาดที่โอกาสได้โดยคลิกไปที่ www.sansiri.com/BaanSanThammada หรือสแกน QR Code นี้ เพื่อนำไปสู่ช่องทางการบริจาค  #Sansiriforunicef #BaanSanThammada #Sansirisocialchange #Sansiribestyearever

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน

There are thousands of people who claim to offer this help online, but not all of admission-writer.com/ write admissions essay them are good for you.