ข่าวด่วน

ผอ.ปปส.ภาค5เผย ยาเสพติดทะลักชายแดน พบนักเคมีหัวใสพยายามสกัดสารตั้งต้นตัวใหม่จากโซเดียมไซยาไนด์ เร่งปราบปรามหลังใช้ไทยเป็นทางผ่านนำเข้าจากจีนส่งเมียนมา

เช้ามืดวันที่ 10 สิงหาคม 2561 เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ภาค 5 ร่วมกับตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ปิดล้อมและตรวจคนพื้นที่เป้าหมายยาเสพติด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมุ่งเน้นดำเนินการต่อบุคคลที่มีความประพฤติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามข้อร้องเรียน 1386 ตามข้อร้องเรียน 1386 ในห้วงวันที่ 1 – 1 สิงหาคม2561

โดยนายพรพัฒน์ สุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการ ปปส..5 นายมนัส ขันใส ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ...สุเทพ ฐานปนวรกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และ ..สานิตย์ สีนาถสุก หัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองกำลังผาเมือง ร่วมรายงานผลการปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายยาเสพติด ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ต่อนายศรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ... ซึ่งสั่งการให้มุ่งเน้นบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด  , การสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงพื้นที่ชายแดน , การสกัดกั้นการลักลอบลำเลี่ยงในพื้นที่ตอนใน ตามด่านตรวจ จุดตรวจและจุดสกัด  และเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้านชุมชน โดยพื้นที่เป้าหมายในการปิดล้อมวันนี้ คือ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน น่าน และแม่ฮ่องสอน

นายพรพัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือที่สำคัญ มี 3 ระดับ คือ การนำเข้า การจำหน่าย และการแพร่ระบาด  ซึ่งการแพร่ระบาดของยาเสพติด และการจับกุม ทรงตัวและมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ปัญหาที่พบคือ มีการลักลอบนำเข้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากภาคเหนือเป็นพื้นที่หน้าด่านที่มีชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นแหล่งผลิต โดยปัจจัยที่ทำให้มีการลักลอบนำเข้าเพิ่มขึ้น มาจากการสู้รบและการเจรจาสันติภาพนอกประเทศ ทำให้มีบางกลุ่มเร่งผลิตยาเสพติด ทั้งยาบ้า และไอซ์  รวมทั้งพบกลุ่มผู้ผลิตรายใหม่ระดับอัดเม็ด ที่หลบหนีการจับกุมจากประเทศไทยไปเคลื่อนไหวตามพื้นที่แนวชายแดน รวมทั้งมีการนำสารเคมีชนิดใหม่มาเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด ยาบ้าและไอซ์ ซึ่งเป็นยาเสพติดสังเคราะห์ แม้พยายามควบคุมแต่นักเคมีที่มีความเชี่ยวชาญก็พยายามคิดค้นและสกัดมาเป็นสารตั้งต้นผลิต ซึ่ง ปปส.ได้ทำงานร่วมกับจีน เมียนมา และอินเดีย ที่เป็นต้นทางของสารเคมี และเป็นพื้นที่ผลิตยาเสพติด

ปัญหาที่พบเมื่อมีการผลิตมากขึ้นก็มีการนำเข้ายาเสพติดมาพักเก็บในประเทศไทยมากขึ้นด้วย แม้ยังไม่มีคำสั่งซื้อ หรือตลาดไม่ต้องการ ทำให้สถานการณ์ที่ ปปส.ให้ความสำคัญมากที่สุด คือ การข่าวนอกประเทศ เพื่อรู้ให้ได้ว่าใครผลิตและนำมาพักรอ เพื่อแจ้งหน่วยปฎิบัติดำเนินการจับกุม โดยที่ผ่านมาผลการจับกุมก็มีเพิ่มมากขึ้น ส่วนสารเคมีชนิดใหม่ที่พบว่าอาจนำมาสกัดเป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด คือ โซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองทอง แต่มีความเสี่ยงที่สามารถจะนำมาสกัดเป็นสารตั้งต้นผลิตยาบ้าและไอซ์  เบื้องต้น ปปส.ได้ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง สำรวจโกดังที่ใช้จัดเก็บสารเคมีดังกล่าว เมื่อตรวจสอบพบ ปปส.จะประสานงานไปยังทางการเมียนมาว่าปลายทางที่สั่งมีตัวตนหรือไม่ เนื่องจากการส่งออกจากประเทศไทยไปเมียนมามีเอกสารถูกต้องจึงไม่สามารถกักได้ แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีตัวตน หรือมีพิรุธ ก็จะตรวจยึดไว้

นายพรพัฒน์ กล่าวอีกว่า หลังพบสถานการณ์เมื่อเดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันการส่งออกมีตัวเลขไม่สูงขึ้นจนผิดปกติ เนื่องจากเอกชนทราบแล้วว่าการส่งออกสารโซเดียมไซยาไนด์เริ่มมีความยุ่งยาก ขณะที่สารโซเดียมไซนาไนด์ มีต้นทางการผลิตจากประเทศจีน แต่เนื่องจากส่งออกผ่านชายแดนจีนไปเมียนมามีความยุ่งยาก จึงมีการสั่งนำเข้าจากจีนมาไทยก่อนจะส่งไปยังเมียนมา

ทั้งนี้ในส่วนของผลการปฏิบัติการในห้วงวันที่ 1 – 10 สิงหาคม  จากการร้องเรียนผ่านสายด่าน 1386  ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มีเรื่องร้องเรียน 238 เรื่อง  ดำเนินการและรายงานแล้ว 230 เรื่อง  คิดเป็นร้อยละ 97  และจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด รวม 291 ราย ผู้ต้องหารวม 299 คน ของกลางยาเสพติด 157,274 เม็ด ฝิ่นดิบ 61.1 กิโลกรัม กัญชาสด 2.8 กิโลกรัม ไอซ์ 1.36 กิโลกรัม กัญชาแห้ง 5.6 กรัม และเฮโรอีน 64.4 กิโลกรัม

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน