ข่าวด่วน

ม.ล.ปนัดดา บอกเยาวชนบ้านมุทิตา ‘ความซื่อสัตย์ เมตตา สามัคคี’สำคัญต่อชาติ

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 กรกฎาคม 2561 ..ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม เข้าตรวจเยี่ยม ประชุม และพบปะสนทนากับผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ ครูอาจารย์ นักสังคมสงเคราะห์ ฝ่ายปกครอง นักศึกษาฝึกอบรมจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บุคลากรในสังกัด และปฏิบัติหน้าที่บรรยายพิเศษ เรื่องการเป็นคนไทยที่ดีตามรอยพระยุคลบาทแก่ลูกหลานเยาวชนของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านมุทิตา ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านมุทิตา .พุทธมณฑล .นครปฐม

โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า การมาพบปะพูดคุยของวิทยากรและครูอาจารย์ท่านต่างๆ เมื่อลูกหลานมองว่าท่านต่างมีความปรารถนาดี มีความมุ่งมั่นอันดีต่อกัน ลูกๆ หลานๆ ก็ต้องมุ่งมั่นปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เชื่อฟัง และฝึกหัดตั้งคำถาม มองโลกในเชิงบวก ซึ่งหมายถึง สังคมของคนในชาติอยู่ด้วยความดี ความซื่อสัตย์สุจริต ความเที่ยงธรรม ความเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ไม่ใช่อยู่กันด้วยความเกลียดชัง ความอิจฉาริษยา หรือการกระทำที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น วิทยากรได้ยินมาตั้งแต่เด็กว่า การทำความดีถือเป็นธรรมชาติของบุคคล เป็นหลักธรรมที่คนส่วนใหญ่ถือมั่นและยึดมั่น แต่การกระทำความไม่ดีเสียอีกถือเป็นการฝืนหลักธรรมหรือธรรมชาติของมนุษย์ แล้วด้วยเหตุอันใดเราจะต้องไปฝืนธรรมชาติ ในเมื่อเห็นกันอยู่โดยไม่ยากว่า การกระทำความดีย่อมเป็นศักดิ์เป็นศรีแก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ

หนึ่ง คือ ลูกหลานต้องยึดมั่นหลักความซื่อสัตย์สุจริตเหนือสิ่งอื่นใด ความสุจริตเท่านั้นที่จะนำพาความอยู่รอดปลอดภัยมาสู่ตนเองและชาติบ้านเมือง สังคมที่ปราศจากธรรมาภิบาล เกิดการทุจริต ไม่มีความซื่อตรงต่อกัน ยากนักที่ประเทศจะสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ว่าด้วยหลักการพัฒนาทางการเมืองการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ความซื่อสัตย์สุจริตถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

สอง คือ ความรู้รักสามัคคี ตามพระราชปณิธานของในหลวง คนในชาติต้องรักกัน ไม่โกรธเคืองหรือขาดความจริงใจอันดีที่มีต่อกัน เรื่องนี้ลูกหลานต้องตั้งไว้เป็นโจทย์อันดับแรก ก่อนที่สิ่งอื่นๆ จะเกิดขึ้นตามมา ไม่มีสิ่งใดจะนำพามาซึ่งความสำเร็จ หากสังคมนั้นๆ ขาดความมีน้ำใจไมตรีต่อกัน ข่มเหงรังแกกัน ดูหมิ่นดูแคลนกัน การเรียนการศึกษาที่สูงส่งกว่า หรือการมีโอกาสที่มากกว่าคนอื่น ย่อมหมายถึงความเสียสละและความเป็นแบบอย่างอันดีที่ตนพึงมีต่อคนหมู่มาก

าม คือ สังคมไทยสอนให้มีความเมตตากรุณา ไม่ฉกฉวยโอกาส ไม่อวดเบ่ง และการไม่ให้ร้ายผู้อื่น ที่ดีที่สุด คือ การมีทัศนคติในทางที่ถูกที่ควรต่อประเทศชาติตามพระราโชบายของในหลวง การดำรงชีวิตด้วยเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดี การทำความดีเริ่มต้นที่ใจเรา นั่นคือภูมิคุ้มกันทั้งแก่ตัวเรา ลูกหลาน แม้แต่เพื่อนฝูง การทำความไม่ดีหรือการกระทำความชั่วก็เริ่มต้นจากใจเราเช่นกัน วิทยากรเคยกล่าวแล้วหลายครั้ง การเดินข้ามเส้น (cross the line) ในแต่ละห้วงเวลาของชีวิตที่ถูกกำหนดไว้โดยกฎธรรมชาติ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก คนเราเกิดมา คือเกิด 1 ครั้ง กับ ตายอีก 1 ครั้งไม่มีสิ่งใดสำคัญเท่ากับความถูกต้อง ความดี ความมีน้ำใจอารีมีเมตตาแก่กัน สุดท้ายที่จะกลับกลายเป็นแบบอย่างแก่ลูกหลาน แก่คนในสังคม แม้ท่านไม่อยู่แล้ว บุญหรือบาป ความดีหรือความชั่ว เป็นเรื่องที่ใครก็ตามต้องคิดตามให้ทันในทุกเรื่องไป อันเป็นสรณะแห่งชีวิต

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน