ข่าวด่วน

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กับ ‘ความทรงจำที่ข้าพเจ้ายังไม่เคยเล่า’

เป็นครั้งแรกเลย หลังจากหลายปีผ่านพ้นไป ข้าพเจ้า ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล เพิ่งได้หวนกลับมารำลึกถึงบรรยากาศที่บ้านพัก (จวน) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ณ เชิงสะพานนวรัฐ อาจเป็นด้วยเมื่อคืนรำลึกไปถึงถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย สงสารลูกหลานทีมหมูป่า โค้ชเอก สุขภาพของเด็กๆ แต่เมื่อคุณหมอ ร.พ.เชียงรายแถลงว่า แข็งแรงกันดี คนไทยทุกคนก็ชื่นใจ รู้สึกโล่งใจ แม้แต่ ณ ที่ประชุมโครงการสหประชาชาติเพื่อการพัฒนา (UNDP) ที่ข้าพเจ้าได้รับเชิญไปกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันก่อน ทั้งผู้แทนฝ่ายต่างประเทศและฝ่ายไทยต่างดีใจที่เด็กๆ ทุกคนปลอดภัย แข็งแรง กล่าวว่าต่างเป็นกำลังใจช่วยเด็กๆ และเจ้าหน้าที่ทุกคนอยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้ารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยใต้ร่มพระบารมี

ตกค่ำวันนั้น เห็นข่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ท่านใหม่เข้ารับตำแหน่ง ท่านอดีตผู้ว่าฯ ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบแสดงความยินดีกับท่านทั้งสอง ข้าพเจ้าจำได้ว่า เมื่อ 8 ปีก่อน ภริยาและลูกชายตื่นลุกขึ้นมาส่งข้าพเจ้าที่หน้าบ้านถนนหลานหลวงตอนเวลา 05.00 น. ลูกชายมองหน้าข้าพเจ้าคล้ายๆ จะสื่อว่า ‘พ่อไปอยู่ไกลบ้านกว่าทุกครั้ง ห่วงนะ’ ทั้งสองมองตามรถข้าพเจ้าจนลับสายตา ภริยาต้องอยู่เป็นเพื่อนลูกเพราะยังเรียนหนังสือระดับมัธยมศึกษาที่บ้าน (กรุงเทพฯ) ยังจำได้ว่า ภริยากล่าวกับข้าพเจ้า ‘เรื่องงานราชการเป็นเรื่องของผู้ชาย ส่วนเรื่องทางบ้าน (ที่วังวรดิศ) และพิพิธภัณฑ์กับหอภาพสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จงอย่าได้เป็นห่วง จะช่วยกับลูกดูแลพิทักษ์รักษา คุณเหลน (ชื่อเล่นข้าพเจ้า) มุ่งมั่นทำงานราชการให้เกิดความสำเร็จ นำพาชื่อเสียงเกียรติคุณให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ล่วงลับ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และครอบครัว ขอจงมีกำลังใจ ไม่ต้องเป็นกังวลหรือห่วงทางบ้าน เราทุกคนเป็นกำลังใจให้คุณเหลน งานราชการเป็นเรื่องของหัวหน้าครอบครัว ผู้หญิงไม่เกี่ยว แต่จะดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของที่วังและพิพิธภัณฑ์ให้ดีที่สุดดังปณิธานของคุณพ่อ’ ที่ทำงานกับที่บ้านเป็นคนละส่วนกัน คุณอัมพรพูดเช่นนี้เสมอ บอกว่า คุณพ่อคุณแม่ปฏิบัติไว้ให้เห็นเป็นแบบอย่าง และสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพผู้ทรงเป็นสมเด็จปู่ของพ่อได้ประทานสอนคุณพ่อไว้เช่นนั้นตั้งแต่พ่อยังเป็นนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์

ข้าพเจ้ายังจำความรู้สึกได้ว่า ทุกครั้งที่คุณอัมพรและลูกชายซึ่งยังเด็กอยู่ ณ เวลานั้น ขึ้นไปเยี่ยมเป็นเวลา 2-3 วันที่เชียงใหม่ และทุกครั้งที่ข้าพเจ้าไปส่งที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าจะกลับมาที่จวนอย่างเงียบเหงาในทุกครั้ง เรื่องนี้ไม่เคยเล่าให้ใครฟังกระทั่งวันนี้ บรรยากาศคล้ายๆ กับเมื่อข้าพเจ้าเป็นนักเรียนประจำกลับคืนสู่โรงเรียนตอนสมัยยังเป็นเด็กในต่างประเทศ เมื่อครั้งคุณพ่อดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต แต่ข้าพเจ้าก็ผ่านเวลานั้นมาได้ มันนานมากแล้วที่ยังเหมือนกับวันวาน

ฉันนั้น ข้าพเจ้ากลับมาที่จวน และอยู่คนเดียวทุกค่ำคืน ไม่มีผู้อื่น บางครั้งก็หูแว่ว เหมือนแลเห็นคนเดินตรงราวบันได เสียงคนพูดคุย คิดไปเองว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่จวนท่านปกปักรักษา ข้าพเจ้ามักจะทำอะไรต่างๆ คล้ายกับเมื่อครั้งเป็นนักเรียนนักศึกษา คือถ้าไม่มีงานกลางคืน ก็จะหาหนังสืออ่านเป็นความรู้รอบตัวและเพื่อนคู่ใจ เช่น หนังสือพระบรมราโชวาทอันถือเป็นคำสอนชีวิตที่ทรงคุณค่าที่สุดแก่ข้าพเจ้า หนังสือพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน หนังสือ ‘แม่เล่าให้ฟัง’ พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หนังสือพระนิพนธ์นิทานโบราณคดี ฯลฯ

ที่จวน ครัวไม่ได้เปิดเพราะไม่เคยจัดเลี้ยงใคร ใครที่มาเยี่ยม ก็จะเลี้ยงน้ำผลไม้โครงการหลวงซึ่งอร่อยชื่นใจที่สุด หากค่ำคืนวันใดหิว ข้าพเจ้ามักจะเดินมาร้านสะดวกซื้อ ‘เซเว่น อีเลฟเว่น’ หรือ ‘KFC’ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถนนเจริญประเทศ ช้างคลาน

อีกสักนิดที่จะขอบันทึกไว้เป็นความทรงจำ ‘ใจข้าพเจ้าเหมือนกับตกลงไปทุกครั้งเมื่อกลับมาจากสนามบิน ข้าพเจ้าเข้าไปกราบห้องพระบูชาพระพุทธรูปประจำจวน แล้วก็จะเดินเข้าไปยังห้องที่ภริยาและลูกชายพัก แต่เวลานั้นไม่มีใคร นอกจากความเงียบและความคิดถึงที่มีอยู่ในใจ ข้าพเจ้ามักจะเข้าไปจัดอะไรต่างๆ ทั้งที่เรียบร้อยอยู่แล้ว วางหมอน นำผ้าห่มเข้าตู้ จัดระเบียบผ้าม่าน ทั้งที่เรียบร้อยอยู่แล้วเช่นกันเพราะคุณอัมพรกับลูกจัดไว้ให้ทั้งหมด แล้วก็เดินปิดสวิทช์ไฟ เปิดไว้ 1 ดวงเป็นเพื่อนกัน พูดในใจกับตนเอง คิดถึง คิดถึง แต่ก็ปลอบใจตนเองว่า ไม่ช้าเดี๋ยวลูกปิดเทอมก็จะขึ้นมาเยี่ยมกันอีก หรือไม่ข้าพเจ้าก็ลงไปราชการเมื่อมีประชุมที่ส่วนกลาง แม้เพียงคืนเดียวก็ถือเป็นกำลังใจมากแล้ว’

เป็นเช่นนี้ในช่วงระยะเวลาที่ปฏิบัติราชการที่ จ.เชียงใหม่ กระทั่งถึงวันที่ข้าพเจ้ากราบลาพี่น้องชาวเชียงใหม่และลาลูกหลานเยาวชนในโอกาสพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ พร้อมกับความรักความผูกพันที่ข้าพเจ้าและครอบครัวจะไม่มีวันลืมตราบชั่วชีวิต

ส่วนหนึ่งแห่งความทรงจำ ณ นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ก็มีด้วยประการฉะนี้ ม.ล.ปนัดดา บันทึกไว้ ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2561

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน