ข่าวด่วน

สีสันตะวันออก ‘ททท.’พาไปเช็คอิน ทุ่งโปรงทอง ล่องเรือยอร์ช กอดไดโนเสาร์ เข้าสวนผลไม้ โอ๊ย สนุก!!

สนุกๆ จริงๆ นะ กับการเดินทางไปกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคตะวันออก เพื่อร่วมกิจกรรม Madia FAM Trip เส้นทางเชียงใหม่พัทยาระยอง ระหว่างวันที่ 27-30 มิถุนายน 2561 เพื่อสร้างสีสันตะวันออก ด้วยการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภาคเหนือสู่ภาคตะวันออก ที่เรียกว่า Eastern Economic Corridor – EEC ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ภายใต้ยุทธศาสตร์สำคัญ..ไทยแลนด์ 4.0   

การเดินทางง่ายนิดเดียว เพราะเราบินตรงจากสนามบินเชียงใหม่ ไปกับสายการบินแอร์เอเชีย เมื่อเวลา 08.10 . ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที สู่ สนามบินอู่ตะเภา ศูนย์กลางการบินที่กำลังเร่งพัฒนาตนเอง เพื่อรองรับความเติบโตของภูมิภาคแห่งนี้

วิบูลย์ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออก ททท. กล่าวว่า ปัจจุบันมีเส้นทางบินตรงเชื่อมโยงภาคเหนือสู่ภาคตะวันออกหลายเที่ยวบิน เพื่อเข้าสู่พื้นที่ EEC เพื่อท่องเที่ยวเมืองพัทยา .ชลบุรี  .ระยอง และ .ฉะเชิงเทรา เรียกว่าเที่ยวครั้งใหม่ ไม่เหมือนเดิมเพราะ ททท. นำเสนอเส้นทางที่สะดวกสบายมากขึ้น เที่ยวแบบมีสีสัน ในวันสบายๆ พร้อมที่พักมากมายให้เลือก

จุดแรก เราทะลุเข้าไปผจญภัยในโลกแห่งจินตนาการ ที่มีเนื้อที่กว้างถึง 1,700 ไร่ สวนนงนุช พัทยา สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อในเรื่องการตกแต่งสวนได้สวยระดับโลก แต่ที่กำลังเป็นไฮไลท์อยู่ในขณะนี้ คือ การย้อนไปในยุคดึกดำบรรพ์ พุ่งตัวเข้าไปกอด..ไดโนเสาร์ มากมายสายพันธุ์ น่าตาน่ากลัว ตัวใหญ่ และสูงมากกว่า 30-40 เมตร เรียกว่า ปั้น ออกมาได้เหมือน ประหนึ่งเข้าไปวิ่งหนีเหล่าไดโนเสาร์อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง จูราสสิค พาร์ค

แต่ที่ ฟิน คือ การได้เข้าครัวลงมือทำอาหารด้วยตนเอง โดยเก็บผักสดปลอดสารพิษมาจากแปลงข้างๆ มาใส่บนแผ่นแป้ง ม้วนๆ จนกลายเป็น สลัดโรล รูปร่างผอม อ้วน ตามความถนัด เคาะตะหลิว ปรุงแกงเขียวหวานไก่ในหม้อ ออกมารสชาติดีเพราะวัตถุดิบท้องถิ่น ทุกเสียงร้องบอกว่า อร่อย เชียว (ฮา)

สิ่งที่ถูกใจเรามากในการเดินทางครั้งนี้ คือ การล่องเรือยอร์ช ลำเก๋สีขาวของ บริษัท Blue Voyage โอเชี่ยนมารีน่า ออกทะเลฝ่าคลื่นลมไปเกาะครามใหญ่ เกาะครามน้อย และเกาะลิง เพื่อดำน้ำ ชมปะการัง ลงเรือเล็กไปเดินเหยียบทรายสีขาวละเอียด บนหาดทรายแก้ว ก่อนจะกลับมานั่ง ชิลๆ ชมฟ้าสีคราม อยู่บนเรือสวยๆ เรียกว่าบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก หรือจะแอบลงไปนอนเล่นในห้องพักผ่อนที่ติดแอร์เย็นฉ่ำ ชมท้องทะเลผ่านกระจกใสริมหน้าต่าง เท่ ไปอีกแบบ 

ที่น่าแวะอีกแห่ง คือ ร้าน อะ ลา คอมปาณย์ – A La Campagne คุณเก๋ เจ้าของโครงการบอกว่า ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่าที่ชนบท กว่า 40 ไร่ ภายในเป็นร้านอาหารสไตล์ European Country ตกแต่งสวย สวย มากๆ แสงแดดที่ส่องผ่านกระจกใสเข้ามาชวนให้เคลิ้ม เพิ่มเติมคือ อาหารอร่อยทุกจานจากเมนูเรียกน้ำย่อย สลัดผักสด ตามด้วยเมนูหลัก ที่มีทั้งซี่โครง ทีโบน อกเป็ด และแซลมอน แต่จะให้ดีอย่าลืมร่วมกิจกรรมชงชา เพราะที่นี่มีกูรูตัวจริงมาบอกเล่าที่มาที่ไปของวัฒนธรรมการดื่มชาได้อย่างออกรส

รอบสวนมีกิจกรรมชวนสนุกหลากหลาย จะมากันแบบครอบครัว เพื่อให้อาหารแพะ เลี้ยงม้า เก็บไข่ ก็ทำได้ มีแปลงพืชผักออแกนิก สวนสมุนไพรส่งกลิ่นหอม ต้นไม้ใหญ่ปลูกเรียงรายเป็นสวนสวยให้ถ่ายรูปเช็คอินกับกำแพงอิฐสีส้ม 

ที่นี่ยังมีการสอนเบลนด์ชา ตามรสนิยมของผู้ดื่ม ซึ่งในช่วงที่เราไปตรงกับที่น้องๆ ทีมหมูป่าอะเครดามี่สูญหายไปในถ้ำที่ .เชียงราย จึงมีการเบลนด์ชารสใหม่..ส่งกำลังใจไปถ้ำหลวง ด้วยส่วนผสมที่ไม่เหมือนใคร เพราะเราสามารถออกแบบเองได้ คือ ชาดำอัสสัม ซึ่งขึ้นอยู่ตามป่าเป็นตัวชูโรง มีความเข้มข้นแสดงถึงความเข้มแข็ง กล้าหาญ และเติมความสุขไม่ให้มีความทุกข์ จึงแต่งกลิ่นด้วยผิวส้ม ขิงแห้ง เพื่อให้น้องๆ มีความสุขและเบิกบาน ซึ่งวันนี้น้องๆ ทั้ง 13 คน ได้รับความช่วยเหลือแล้ว รอยยิ้มจึงเกิดขึ้นจริง..

ปิ่นนาถ เจริญผล ผอ.ททท.สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวเสริมว่า การเดินทางเชื่อมโยงข้ามภูมิภาคเข้าถึงง่าย จึงอยากเชิญชวนชาวเหนือและชาวเชียงใหม่ที่ได้ชื่อว่า ชาวดอย มาเยือนตะวันออก เพราะภาคเหนือมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ภูเขา น้ำตก แต่ทางภาคตะวันออกมีทะเล มีผลไม้ จึงอยากให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปมาหากัน เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีศักยภาพมาก เฉพาะพัทยาตลอดทั้งปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวสูงถึง 16 ล้านคน เรียกว่าเติบโตไปได้ดี การขยายแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมารองรับจึงมีความจำเป็น

ช่วงนี้ไปจนถึงปลายเดือนกรกฎาคม เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ .ระยอง ต้องแวะชิมบุฟเฟต์ผลไม้สดๆ กลางสวน ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่กำลังนิยม หนึ่งในนั้นคือสวนแสงแดด.ตะพง มีทุเรียนลูกใหญ่จากต้นให้ชิมและถ่ายภาพ ต้นมังคุด และเงาะลูกสีแดงสด แถมด้วยแกงเขียวหวานทุเรียน และขนุนเชื่อม รสอร่อยให้ลิ้มลอง

และความงดงามของ ทุ่งโปรงทอง ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในป่าชายเลนผืนกว้างกว่า 6,000 ไร่ มีใบโปรงทองสีเหลืองอร่าม ท้าแสงแดดจัดจ้าและท้องฟ้าสดใส หรือจะแอบดูปูแสมตัวสีฟ้าก้ามมีจุดสีแดงวิ่งหลบตามรากไม้ยามได้ยินเสียงคนสนทนาผ่านไปมา ยิ่งเป็นสีสันของตะวันออกที่..ห้ามพลาด 

แถวนี้คือปากน้ำประแส เราจึงเข้าไปนั่งรถซาเล้งสัมผัสวิถีชุมชนปากน้ำประแส ชุมชนริมทะเลที่น่าสนใจอีกแห่งที่กำลังได้รับการกล่าวขานถึง ได้เห็นภาพชาวบ้านนั่งล้างเศษสกปรกออกจากเคยและซื้อเคยที่ทำเสร็จใหม่ ชิมขนมกะลา หน้าตาน่ารัก กลิ่นกะปิหอมเย้ายวนใจ อัดลงกล่องใหม่ๆ กลับไปฝากคนทางบ้าน

แวะไปกราบขอพรพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เสด็จเตี่ยของชาวเรือ ปีนขึ้นไปชมความยิ่งใหญ่ของเรือรบหลวงประแสที่ปกป้องอธิไตยน่านน้ำไทยก่อนที่จะปลดระวาง

แต่ถ้าอยากไหว้พระ แนะนำ..วัดป่าประดู่ (พระอารามหลวง) กลางเมืองระยอง มีพระพุทธรูปปางไสยยาสน์ งดงามมากให้กราบ มีโบสถ์อายุหลายร้อยปีให้ลอดเพื่อสร้างบุญ

หากมีเวลาว่าง อย่าลืมว่า เมืองชายทะเล ชลบุรี และระยอง ถือเป็นแหล่งอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสด อร่อย ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา มีให้เลือกมากมายตามร้านดังๆ อยากจะหรูหน่อยก็ที่ เดอะ สกาย แกลลอรี่The Sky Gallery แถวเขาพระตำหนัก พัทยา ที่นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว วิวยังแจ๋วมากๆ เพราะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกทะเลที่สวยงาม ส่วนที่ระยอง ก็ต้อง ..ต่ายซีฟู้ด และวาสนาฟิชชิ่งปาร์ค กุ้ง ปู ตัวโตๆ ก้ามใหญ่ๆ อร่อยเวอร์

ปิดท้ายด้วยการยอมให้แม่ค้ายิ้มสวย..สอยเงินในกระเป๋า (ฮา) ด้วยการเลือกซื้อของฝากที่ ตลาดบ้านเพ (ร้อยเสา) ไม่ว่าจะเป็นปลาเค็ม กุ้งแห้ง น้ำปลา ปลาหมึกหลากรส ก็ครบ จบทริปท่องเที่ยว

สนใจจะไปเที่ยวไหนในภาคตะวันออก สามารถเข้าไปสอบถามได้ที่สำนักงาน ททท. หมายเลขโทรศัพท์ 1672 ระหว่างเวลา 08.00-20.00 .

จินตนา กิจมี เรื่อง / ขวัญดาว จิตรพนา ภาพ

ขอบคุณภาพ: เรือรบหลวงประแส/ โดย เกดศรี we-tv

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน