ข่าวด่วน

‘ม.ล.ปนัดดา’ ชี้ การปกครองต้องคู่กับคุณธรรมจริยธรรม

เมื่อเช้าวันที่ 16 มิถุนายน 2561 ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม บรรยายพิเศษ เรื่อง ‘ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาเยาวชน’ ให้แก่ นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 – 5 จาก 23 สถาบัน, นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, ครูที่ปรึกษา และสภาเยาวชน ในการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ ‘สร้างเยาวชนต้นแบบ’ (เยาวชน 4.0) เฉลิมพระเกียรติฯ จัดโดยชมรมคนรักในหลวงจังหวัดนครปฐม, คณะกรรมการจริยธรรมประจำจังหวัดนครปฐม และหอการค้าจังหวัดนครปฐม ณ ห้องประชุม โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย อ.เมือง จ.นครปฐม

ม.ล.ปนัดดา กล่าวในตอนหนึ่งของการบรรยายพิเศษว่า วิทยากรในฐานะอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมเมื่อ 9 ปีก่อน มีความยินดีจากใจจริงที่จังหวัดนครปฐม โดยหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาของสังคมปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมากอย่างน่าห่วงใย สังคมขาดความอบอุ่น ปราศจากความจริงใจ นิยมการเอารัดเอาเปรียบ ให้ร้ายผู้อื่นอันถือเป็นบาป เข้าทำนอง ‘เอาความดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น’ ที่นับวันยิ่งทวีคูณความน่าห่วงใย การสร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็กและเยาวชนว่าด้วยศาสตร์พระราชา แน่นอนที่สุด จะเป็นการเสริมสร้างสังคมที่น่าอยู่อันพึงปรารถนาของทุกๆ คน ที่จะไม่ใช่สังคมของความเสี่ยงภัยและท้าทายการดำรงอยู่จนเกินเหตุ ที่จะก่อให้เกิดสภาพการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่เป็นภยันตรายและปราศจากคุณภาพแก่สังคมของเด็กและเยาวชนในวันนี้และวันข้างหน้า

“ผู้ใหญ่เองต้องนึกอยู่โดยตลอดเวลาว่า ตนนั้นคือ ‘ต้นแบบหรือแบบอย่าง’ ที่ใกล้ตัวและยั่งยืนที่สุดของลูกหลาน ดีไม่ดีเห็นกันชัดๆ ตรงนี้ ต้นแบบคือสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอันดับแรก ได้แก่ บุพการี ครูอาจารย์ บุคคลในสังคม อาจเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารเอกชน ฯลฯ เพื่อประกันความไม่หลงทางในการดำเนินชีวิต ประกันความไม่พลาดพลั้งในช่วงหนึ่งช่วงใดในชีวิต ที่เราเกิดมาเป็นคนไทยใต้ร่มพระบารมี ต้องไม่กระทำสิ่งใดๆ ให้ประเทศชาติและพี่น้องคนไทยเสียชื่อ จึงจะสมกับที่เราได้เกิดมาเป็นประชาชนชาวไทย ที่จะเพียรพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาชื่อเสียงเกียรติยศของประเทศ”

ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า คำว่า’การปกครอง’ ถือเป็นคำคู่ขนานกับคำว่า ‘คุณธรรมจริยธรรม’ ที่จะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ประชาธิปไตยจึงเปรียบเข้ากับแนวคิดดังกล่าวหรือผสานไปกับหลักคิดนี้ ทำอย่างไรที่จะให้เกิดธรรมาภิบาลประชาธิปไตย หรือธรรมาภิบาลทางการปกครอง ส่วนสำคัญมาจากการไม่ทุจริตคดโกง ไม่กล่าวคำเท็จไม่ว่าจะเรียกว่าโกหกสีขาวสีดำอะไรก็ตามแต่ และไม่ถือพรรคถือพวกจนกระทั่งเลยเถิด แม้แต่ระบบวงศาคณาญาติ อยากเล่นอะไรเช่นนี้ โกหกสีขาวสีดำอะไรเช่นนั้น ต้องไปเป็นซีอีโอบริษัทของตนเอง จะมาใช้ภาษีอากรประชาชนหรืออำนาจรัฐกระทำการไม่ได้ มันผิดด้วยจรรยาบรรณทางการปกครองและระบอบประชาธิปไตยอันยึดมั่นหลักธรรมาภิบาลทางการปกครอง

“ในการทำความดี ไม่ต้องไปเที่ยวป่าวประกาศ เมื่อคนเขารู้ย่อมชื่นชมผู้กระทำ นี่คือธรรมชาติของการบำเพ็ญความดีที่เป็นศรีสง่าทั้งแก่ตัวและประเทศชาติ แต่หากไม่มีใครผู้ใดรู้ ก็ไม่เป็นที่วิตกเรียกว่า ‘เป็นการปิดทองหลังพระ’ วันหนึ่งจนได้ที่แผ่นทองนั้นต้องเพิ่มพูนมาข้างหน้าเองโดยธรรมชาติเช่นกัน ความสม่ำเสมอ ความยั่งยืนในการดำรงคุณงามความดีถือเป็นหัวใจของมนุษยชาติ คนที่สอบไม่ผ่านเรื่องนี้ มักมีที่มาจากการขาดองค์ประกอบสำคัญของชีวิต คือ ‘หลักคุณธรรมจริยธรรม’ ที่พระองค์ท่านได้ทรงพระกรุณาพระราชทานสอนแก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอดรัชสมัย” ม.ล.ปนัดดา กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน