เครือข่ายประกาศระดมมวลชนชุมนุมวันที่30มิย. หลังศาลมีท่าทีต่อต้านประชาชน

เมื่อเวลา . วันที่ 14 มิถุนายน 2561 ความคืบหน้ากรณีการแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการ.แม่ริม .เชียงใหม่นั้น ล่าสุดนายปิยพงษ์ ประพันธ์วัฒนะ ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังการเข้าสำรวจพื้นที่การก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ของคณะอนุกรรมการการศึกษาการดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างและการฟื้นฟูให้กลับเป็นป่าสมบูรณ์ กรณีก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ (อำเภอแม่ร่ม จังหวัดเชียงใหม่) ทั้งสองคณะจากหน่วยงานภาครัฐและนักวิชาการนั้น ได้ประสานไปยังนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการแล้วเพื่อนัดหมายประชุมให้เร็วขึ้น เนื่องจากมีการเก็บข้อมูลมาได้เยอะมาก จึงน่าจะมีการประชุมกลุ่มย่อยก่อนในวันที่ 20 กว่าๆ จากนัดหมายเดิมวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2561 

หากถามถึงความห่วงใยในเรื่องดินถล่ม หลังมีฝนตกติดต่อกันหลายวันในช่วงนี้ ก็ต้องตอบว่ายังไม่เห็น วันที่เข้าไปดูพื้นที่จริงยังไม่เห็น แต่มีโอกาสสูงและเป็นไปได้ เพราะ Elevation หรือการยกระดับ แต่รากฐานที่เห็นยังไม่กระทบกระเทือนอะไร ส่วนการที่นักวิชาการจากทุกแขนงจะห่วงหรือมีความเห็นอย่างไรนั้น ก็อยู่ที่ความถนัดในแต่ละด้านของแต่สาขา ซึ่งอยากให้รอการรายงานที่ละเอียดจากที่ประชุมก่อนจะดีกว่านายปิยพงษ์ กล่าว

ต่อมาเวลา 13.10 . ที่วัดล่ามช้าง .เมืองเชียงใหม่ เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ นำโดยนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่าย นายชัชวาล ทองดีเลิศ ..ลักขณา ศรีหงส์ นายบัณรส บัวคลี่ และนายเฉลิมพล แซมเพชร ร่วมกันประชุมหารือเพื่อสรุปแนวทางการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนภายหลังศาลมีท่าทีต่อต้านการทำงานของคณะอนุกรรมการในส่วนของภาคประชาชนอย่างชัดเจน ด้วยการปฏิเสธให้ตัวแทนภาคประชาชนที่เป็นคณะอนุกรรมการเข้าสำรวจพื้นที่การก่อสร้างในวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา

โดยเวลา 15.15 . นายธีระศักดิ์ ได้แถลงว่า สาเหตุมาจากวันที่ 12 มิถุนายนที่ศาลไม่อนุญาตให้คณะอนุกรรมการที่มาจากภาคประชาชนเข้าพื้นที่ ทั้งที่ภาคประชาชนมาจากการแต่งตั้งโดยชอบธรรม ซึ่งแสดงแสดงว่าศาลมีเจตนาต่อต้านประชาชน ซึ่งทำให้เราไม่สบายใจและนัดหารือกันว่าในเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนนี้ เราเคยมีการเจรจากับรัฐบาลไว้และเลื่อนมาจนถึงวันที่ 18 มิถุนายน เพราะไม่ต้องการให้ผู้รับเหมาฟ้องร้องเราจึงให้ท่านส่งมอบงานงวดสุดท้าย แต่เท่าที่คณะกรรมการฝายวิชาการไปดูเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน เราเชื่อว่าท่านไม่สามารถทำงานได้เสร็จเพราะงานยังเหลือจำนวนมาก ไม่สามารถส่งมอบได้ในวันที่ 18 มิถุนายนนี้แน่นอน เพราะฉนั้นการประชุมเครือข่ายในวันนี้ก็เพื่อจะบอกศาลว่าให้ท่านยุติสัญญาการก่อสร้าง ยุติโดยด่วนไม่มีเหตุผลแล้วที่จะต่อสัญญาไปเพื่ออะไร ในเมื่อจะต้องรื้ออยู่แล้วในอนาคต

เราจะประหยัดเงินส่วนนี้ เราจะไม่ต้องตัดต้นไม้อีกเป็นสิบๆ ต้นในแนวรั้ว ตอนนี้ถ้าท่านจะต่อสัญญาต่อไปแสดงว่าท่านจะต้องตัดต้นไม้ใหญ่อีกเป็นสิบๆ ต้น หนึ่งเราจึงขอให้ท่านยุติสัญญา และสองผู้ที่อยู่อาศัยจะต้องย้ายออกมาตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เราเจรจากันแล้วนะครับว่าจะไม่มีผู้อยู่อาศัยในเขตรุกล้ำแนวป่าดั้งเดิม คือ อาคารคอนโดมิเนียม 9 หลัง และบ้าน 45 หลัง ถึงแม้ว่าตอนนี้บ้าน 45 หลัง จะยังไม่มีการส่งมอบยังไม่มีคนไปอยู่ก็ตาม แต่ในอาคารชุด 9 หลังที่ล้ำเข้าไปในแนวป่ามีคนไปอยู่แล้ว ดังนั้น 2 ข้อเรียกร้องนี้เราต้องการให้ท่านปฏิบัติตาม และหลังจากนั้นวันที่ 19 มิถุนายน ผมตัวแทนเครือข่ายและภาคประชาชนเราจะไปยื่นหนังสือที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพื่อให้ท่านดำเนินการสองข้อที่เราเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญา และระหว่างวันที่ 19-29 มิถุนายน 2561 หรือ 10 วันนี้เราจะเดินสายไปทุกอำเภอ เพื่อเตรียมมวลชนในการทำกิจกรรมครั้งใหญ่ในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 เราจะเชิญพี่น้องชาวเชียงใหม่โดยจะนัดหมายสถานที่กันใหม่ว่าจะมีการเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมจุดไหน เพื่อบอกให้พวกท่านได้รู้ว่าชาวเชียงใหม่ต้องการอะไร ซึ่งเป็นมติของที่ประชุมเครือข่ายในวันนี้

นายธีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เราเห็นจากการเข้าไปทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการในวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมาคือ พื้นที่ก่อสร้างนั้น แค่โดนฝนไปสองครั้งเบาๆ เราเห็นการพังทลายของดิน การทรุดตัวของดิน มันดูแล้วน่ากลัว เป็นสิ่งที่มีอัตราเสี่ยงสูง เราจึงบอกว่าโครงการนี้ควรหยุดได้แล้ว จากรูปล่าสุดจะเห็นเลยโดยเฉพาะพื้นที่ด้านบนสุด ที่อยู่บนพื้นที่ลาดชันคือ บ้านประธานศาล หลังสูงสุดอยู่บนหน้าผา แค่เจอฝนเบาๆ สองครั้งเท่านั้น คานคอดินก็ทรุดตัวออกมาแล้ว เราเห็นเลยว่าพื้นดินใต้คานมันทรุดไปหมดแล้ว นี่คือสิ่งที่เรากำลังจะบอกท่านว่าพื้นที่แห่งนี้มันไม่เหมาะสมที่มนุษย์จะไปอยู่ ผมไม่รู้ว่าท่านต้องการอะไรจึงจะไปอยู่ตรงนั้น ชาวเชียงใหม่ไม่ต้องการให้ท่านอยู่ขอให้ยุติโครงการนี้ มันถึงเวลาแล้ว และเราไม่ต้องการให้ใครไปอยู่ มันอันตราย นี่แค่น้ำป่าที่กำลังจะมา ถ้าเข้าหน้าแล้งเจอไฟป่าอีก ดังนั้นขอส่งข่าวไปถึงรัฐบาลและคณะกรรมการชุดใหญ่ถ้านท่านมีโอกาสให้มาดูแล้วท่านจะตัดสินใจได้ด้วยตัวท่านเองเลยว่า โครงการนี้มันไม่เหมาะสมที่จะคงอยู่ต่อไป

ส่วนนายฉลิมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนี้ต้องรีบตัดสินใจแล้ว โดยคณะกรรมการชุดใหญ่ต้องรับทราบปัญหาเพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดการเคลื่อนไหวใหญ่จากภาคประชาชนซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

แฟ้มภาพ-สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน