ธนารักษ์ส่งจนท.รังวัดที่ดิน ‘บ้านพักตุลาการ’แบ่งศาลอุทธรณ์ออกจากเขตป่า แกนนำเครือข่าย-สื่อร่วมสังเกตการณ์ริมรั้ว

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 เจ้าหน้าที่รังวัดจากธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เข้าทำการรังวัดที่ดินที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการ ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อทำการแบ่งศาลออกเป็นสองส่วนตามมติที่ประชุมร่วมกันระหว่างนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กับตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าอดอยสุเทพ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีคณะตัวแทนจากประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 เข้าร่วมชี้แนวเขต ทั้งนี้พื้นที่ซึ่งจะต้องตัดออกประกอบด้วย บริเวณอาคารชุดจำนวน 9 หลัง จาก 13 หลัง และบ้านเดี่ยวบนเนินเขาจำนวน 45 หลัง รวมเนื้อที่ประมาณ 75 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่อนุญาตให้ตัวแทนเครือข่าย หรือแม้แต่สื่อมวลชนเข้าร่วมการรังวัดพื้นที่แต่อย่างใด ซึ่งนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายและประธานชมรมร่มบิน และนายหฤษฎ์ ขาวสุทธิ์ คณะทำงานเครือข่าย และนายศิรพงษ์ นำภา ป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์การรังวัดพื้นที่ดังกล่าวอยู่ที่บริเวณเนินเขาริมรั้วสำนักงานศาลอุทธรณ์แทน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของฝ่ายศาลพยายามตะโกนห้ามไม่ให้มีการบันทึกภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่รังวัดเป็นระยะ

นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเช้าเราได้รับแจ้งจากธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ว่า สำนักงานศาลยุติธรรมไม่อนุญาตให้ตัวแทนเครือข่ายที่ได้รับมอบหมายให้เข้าไปดูแนวเขต ก็ไม่เป็นไร เพราะก่อนที่เราจะมาวันนี้ได้คุยกับช่างรังวัดแล้วว่า แผนที่อะไรอยู่ตรงไหน เรามีภาพถ่ายทางอากาศแล้ว ทางด้านทิศเหนือจะมีเขตป่าแน่นอน ทางด้านทิศใต้ก็มีหลักเขตป่าแน่นอน ไม่หใเราเข้าก็ไม่เป็นไร แต่รู้สึกแปลกใจที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการรังวัด เพราะตามปกติการรังวัดที่ดิน นอกจากจะต้องมีเจ้าหน้าที่รังวัดแล้ว จะต้องมีท้องถิ่น เช่น อบต. กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน มาชี้เขตว่านี้คือลำห้วย และมีชาวบ้านมาร่วมชี้แนวเขต ตามหลักการรังวัดตามกฎหมาย

“ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนของประชาชนคนเชียงใหม่เราก็ต้องมีชี้เขตว่ามันอยู่ตรงไหน แต่เมื่อไม่ให้เข้าก็รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะการรังวัดสอบเขตต้องมีพยาน แต่ที่ตรวนี้เราศึกษาจนทะลุหมดแล้วว่าอะไรมันอยู่ตรงไหน และเจ้าหน้าที่รังวัดก็ได้การชี้แจงไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้ถือว่าผ่านไปด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร และพอใจแนวเขตและที่เขาปักหมุด เพราะความจริงแล้วตามแนวเขตป่าจริงๆ อาคารชุดจะเหลือ 3 หลังครึ่ง เพราะเส้นเขตป่ามันทะลุกลางอาคารชุด แต่เราขยับให้เพราะไม่ต้องการให้เสียของ เราจึงเลื่อนแนวเขตป่าออกมานิดหนึ่ง เพื่อให้อาคารชุดเหลือ 4 หลัง เรายอมรับได้”

นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ขั้นตอนหลังการรังวัด ก็จะเตรียมการส่งมอบคืนธนารักษ์ ซึ่งธนารักษ์ก็จะไปทำแผนที่ เมื่อศาลส่งมอบงานงวดสุดท้ายทราบว่าประมาณวันที่ 18 มิถุนายน 2561 เราคาดว่าจะไม่มีการเลื่อนแล้วในการส่งมอบ เราคาดว่าจะเป็นเช่นนั้นไม่มีการดึงเรื่องกันอีก แล้วทางธนารักษ์ได้เตรียมแบบฟอร์มไว้แล้วให้โอนที่เป็นของธนารักษ์ และหลังจากนั้นธนารักษ์จะโอนไปให้ป่าไม้หรืออุทยานแห่งชาติ ตอนนี้ที่ดินอยู่ในมือของฝ่ายบริหารแล้วก็ไม่ยาก สัปดาห์หน้าทางทหาร มทบ.33 จะเข้ามาทำถนนจากด้านข้างเพื่อไม่ให้ผ่านศาล เพราะวันที่ 27 พฤษภาคม เราจะทำการปลูกป่าอย่างเร่งรัดก่อน เพราะเรากลัวว่าฝนจะมาเร็ว หน้าดินที่โดนชะล้างพังทลายลงไปเราอยากให้มีพืช มีต้นไม้มาคลุมดินก่อน จึงอยากเชิญชวนประชาชนเพราะเราจะร่วมมือกับทหารและหน่วยราชการเราจะมาร่วมปลูกป่าด้วยกัน

“ระหว่างนี้ทางเครือข่ายกำลังรอหนังสืออนุมัติจากทางการที่ตั้งคณะกรรมการสองชุด คาดว่าหนังสือจะมาถึงวันนี้ หากเรียบร้อยแล้วอย่างเป็นทางการแล้ว เราจะเริ่มดำเนินการประชุมเพื่อหาแนวทางรื้ออย่างถูกกฎหมาย ผมเชื่อว่าหมู่บ้านตุลาการ ก็คือ บ้านพัก45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง จะต้องถูกรื้อแน่นอน มันอาจจะช้านิด เพราะต้องให้ถูกต้องตามกฎหมาย เรากำลังหาช่องทาง แต่ขอให้เชื่อมั่นในเครือข่ายว่าเราจะตามดูอย่างใกล้ชิด ให้หมู่บ้านนี้รื้อถอนอย่างแน่นอน และเราจะได้ป่าสมบูรณ์กลับคืนมา ผมเชื่อเช่นนั้น ส่วนการหาพื้นที่ให้ศาลปลูกบ้านใหม่ถือว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล และไม่เกี่ยวกับประชาชนแล้วที่จะไปหาที่ให้ ซึ่งที่ทหาร ที่ราชพัสดุในเชียงใหม่มีอีกเป็นแสนไร่ เลือกเอาเลยตรงไหนก็ได้ อาจจะไกลนิด 3 กิโล หรือ 5 กิโล ไม่ไกลเกิน และไม่ขอฝากอะไรเพราะเชื่อว่าท่านคงรู้ว่าที่แปลงไหนจะไม่มีปัญหากับชาวบ้านอีก

นายธีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะต้องมีผู้รับผิดชอบในการรื้อบ้านตุลาการนั้น ทางเครือข่ายเราไม่อยากก้าวล่วงไปถึงขั้นนั้น เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะหาตัวคนรับผิดชอบ เราขอป่าคืน รื้อบ้านลง เราก็จบแล้ว ส่วนผู้ที่เซนต์อนุมัติมีทั้งสองฝ่าย มีหลายๆ ฝ่าย ผมว่าเราหยุดแค่นี้ดีกว่า เพราะว่าเราจะสร้างความขัดแย้งสูงขึ้นไปอีก ยิ่งสอบลึกเข้าไปผมเชื่อว่ามันต้องเจออะไร มันไม่ใช่แค่ฝ่ายเดียว จะโดนกันหมด ข้าราชการบางส่วนที่เซนต์อนุมัติไปก็รู้กันอยู่ว่ามีใครบ้าง หลักฐานเปิดมาหมดแล้ว ไปดูได้ว่าใครบ้างผ่านมาตั้งแต่ปี 2540-2560 มีหลายฝ่ายจริงๆ

“ซึ่งผมเชื่อว่ามันเป็นไปตามขั้นตอน และคนที่อนุมัติก็ไม่ได้มีเจตนาอะไรทั้งสิ้น ฝ่ายสำนักงานศาลก็ยื่นขึ้นไปตามขั้นตอน คนอนุมัติก็อนุมัติตามนั้น ผมเชื่อว่าอย่าไปขุดคุ้ยเลย เราจะสร้างความขัดแย้งต่อไป ผมขอแค่ได้ป่าคืนให้ชาวเชียงใหม่และจบกันแค่นี้ หากนายกรัฐมนตรีจะไฟเขียวให้ตรวจสอบต่อไปก็เอาตามสบาย เป็นเรื่องของราชการและเป็นเรื่องของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แต่ทางผ่านเครือข่ายเราจะไม่เข้าไปก้าวล่วงแล้ว ตามสมควร เราขอแค่นี้ ได้ป่าคืนเราจบแล้ว เราจะไม่ไปยุ่งเรื่องการเมืองทั้งสิ้น เพราะเราเป็นพลังบริสุทธิ์ พลังของคนเชียงใหม่ที่รักป่าจริงๆ”

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน