ข่าวด่วน

เครือข่ายฯเผยกำหนดการ ‘ทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ’ 29เมษายนนี้ – นิคม พุทธา ย้ำวิทยาเขตสะลวง ราชภัฏเชียงใหม่ สร้างเพื่อการศึกษาที่ให้เกียรติชุมชน

วันที่ 26 เมษายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ น.ส.ลักขณา ศรีหงส์ ตัวแทนจากเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เดินทางไปยัง สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อยื่นเอกสารแจ้งการชุมนุมตาม พรบ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 พร้อมเข้าพบและประสานงานกับกองบังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ เพื่ออธิบายกำหนดการและกิจกรรมการชุมนุมเพื่อการประสานงานดูแลความเรียบร้อยในวันที่ 29 เมษายน 2561 ณ ลานประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่

ต่อมาเวลา 13.00 น. ตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ นำโดยนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ นายบัณรส บัวคลี่ และแกนนำเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจนายนิคม พุทธา ประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำ ที่ปักหลักกางเต้นท์ถือศีลอดอยู่ที่หน้าศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพื่อพูดคุยแนวทางการเคลื่อนไหวของแต่ละฝ่าย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริม 1 นาย มาประจำการ และมีสายตรวจผลัดเปลี่ยนมาแวะเยี่ยมทุก 3 ชั่วโมง เพื่อดูแลความเรียบร้อยและป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้

โดยนายนิคม เปิดเผยว่า นับจากวานนี้ก็มีประชาชนแวะนำเครื่องดื่มมาให้กำลังใจและพูดคุย บางรายขับรถผ่านก็บีบแตร โบกมือ และชูสองนิ้วให้สู้ๆ แม้จะนอนไม่ค่อยหลับเพราะเคยอยู่แต่ในป่าแต่ก็เชื่อว่าจะปรับตัวได้ ทั้งนี้ได้ตัดสินใจเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ที่ลานประตูท่าแพด้วย แต่จะเป็นการไปตั้งเต้นท์รอตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน หรือเดินทางไปร่วมกิจกรรมในช่วงเช้านั้นยังไม่ชัดเจน เพราะจุดยืนของการเคลื่อนไหวเหมือนกันที่ต้องการปกป้องรักษาป่า

“ช่วงเช้ามีนักศึกษาและอาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาพูดคุยจึงบอกไปว่า อย่าคิดว่ากฎหมายคือยาครอบจักรวาล เพราะบางครั้งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหามีแต่จะสร้างปัญหาให้ลุกลามมากขึ้น ผมจึงอยากให้ประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันเป็นหูเป็นตาดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อไม่ให้ถูกทำลายโดยอำนาจรัฐ และมีการหาช่องทางพูดคุยกันก่อนที่ปัญหาจะบานปลายเหมือนเรื่องบ้านพักตุลาการ และกำลังลามไปถึงวิทยาเขตสะลวง ต.ขี้เหล็ก อ.แม่ริม ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่อีก ทั้งที่สถาบันการศึกษาดังกล่าวก่อเกิดขึ้นอย่างมีที่มาที่ไป ให้เกียรติชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่ มีข้อตกลงเปิดทางให้ชาวบ้านเข้าไปหาของป่าเก็บเห็ดทำมาหากินได้”

นายนิคม กล่าวอีกว่า หากศาลแต่ยอมออกมาแถลงยุติโครงการและประกาศไม่เข้าไปใช้พื้นที่หมู่บ้านตุลาการ สถานการณ์จะคลี่คลายและสงบเย็นลงทันที โดยไม่ต้องให้นายกรัฐมนตรีลำบากใจ ศรัทธาของศาลจะกลับมาทันที ซึ่งผมได้ฝากผู้พิพากษา 2 ท่าน ที่ลงมาพูดคุยและรับปากว่าจะนำข้อเสนอการเจรจาอย่างสันติวิธีไปเรียนผู้หลักผู้ใหญ่ให้

ส่วนนายบัณรส โฆษกเครือข่าย เปิดผยว่า ขณะนี้มีเครือข่ายเข้ามาเพิ่มขึ้นจาก 16 เครือข่ายเป็น 35 เครือข่ายที่พร้อมจะมาร่วมดำเนินกิจกรรมทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ โดยเรากำลังจัดทำโลโก้ใหม่เพื่อกรณีบ้านป่าแหว่งโดยเฉพาะ ที่น่ายินดีคือเรามีแนวร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแสดงออกผ่านสังคมโซเชียล ส่วนตัว และเข้ามาร่วมกิจกรรมด้วยตนเองโดยที่ไม่ได้ร้องขอ จึงขอแจ้งกำหนดการ ‘วันประกาศเจตนารมณ์ประชาชน ทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ’ วันที่ 29 เมษายน 2561 ว่า กิจกรรมจะเริ่มระหว่างเวลา 07.30-10.30 น. ร่วมกันแสดงพลังประชาชนคนหัวใจสีเขียวเรียกร้องไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนการตัดสินใจ เพื่อให้เกิดแนวทางแก้ปัญหาแบบที่ประชาชนต้องการว่า ‘เราไม่ต้องการให้ศาลอยู่10 ปี นายกฯ ช่วยที รื้อหมู่บ้านป่าแหว่ง’

“ตั้งแต่เวลา 07.30 น. จะมีขบวนจักรยาน/ มอเตอร์ไซด์ ออกรณรงค์รอบคูเมืองเชียงใหม่ การแสดงบทเพลง ทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ การแสดง Performance ชุด Cut down chiang mai โดยกลุ่มเชียงใหม่จัดวางสังคม เวลา 08.00 น. ตัวแทนเครือข่ายและประชาชนแสดงความเห็นต่อโครงการบ้านพักตุลาการ เวลา 08.30 น. เปิดตัวและแนะนำแนวร่วมเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ก่อนที่จะออกแถลงการณ์เครือข่าย 29 เมษายน ประกาศเจตนา มุ่งมั่นทวงคืนพื้นทึ่ป่า สู้เพื่อดอยสุเทพ สู้เพื่อบ้านเมือง สู้เพื่อลูกหลาน ต่อด้วยการแสดงชุด ข่วงสลี จิตวิญญาณและเสียงจากธรรมชาติ จากศิลปินพื้นบ้านล้านนา เวลา 09.30 น. การตีกลองสะบัดชัย กลองแห่งชัยชนะ ก่อนรวมตัวเคลื่อนขบวนไปอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ในเวลา 10.00 น. เพื่อร่วมกันสักการะสามกษัตริย์ เพื่อขอพรและพลังในการทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จากนั้นในเวลา 10.30 น. ทุกกลุ่มจะออกรณรงค์ติดสติ๊กเกอร์ ริบบิ้น และธงสีเขียวรอบเมืองเชียงใหม่ เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของการรวมพลังชาวเชียงใหม่ และผู้ที่ต้องการให้รื้อบ้านพักตุลาการ” นายบัณรส กล่าว

ในขณะที่นางจันทรัตน์ พิทักษ์ปัญญาโชติ ประชาชนชาวเชียงใหม่ที่แวะนำผ้าเย็นและน้ำดื่มมามอบให้นายนิคม กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า มีบ้านอยู่หนองฮ่อติดแนวป่าดอยสุเทพ จึงทราบปัญหาดีเพราะเจอไฟป่าและน้ำหลากทุกปี แต่โชคดีที่เรามีพื้นที่รับน้ำอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ไม่อยากให้เกิดซ้ำ เมื่อได้ยินข่าวการสร้างบ้านพักตุลาการเหนือขึ้นไปบนแนวป่าดอยสุเทพจึงรับไม่ได้ เพราะห่วงแหล่งน้ำและพื้นที่ซับน้ำที่จะหายไปจากการเปิดหน้าดินนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด ไม่ควรทำเพราะผืนป่าดังกล่าวสมบูรณ์มาก เกิดภาพที่น่าเกลียด และบริเวณดังกล่าวเป็นป่าผืนเดียวกับดอยสุเทพที่ตั้งของพระธาตดอยสุเทพศูนย์ร่วมแห่งความรักและศรัทธา ไม่เพียงชาวเชียงใหม่หากรวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

“มันไม่ใช่พื้นที่ป่าแค่ 89 ไร่ นะคะ แต่เป็นป่าสมบูรณ์ตั้ง 89 ไร่ ที่ถูกทำลาย การสร้างหมู่บ้านแบบนี้จะดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติยากขึ้น เพราะป่าถูกเปิดโล่ง จากเดิมเวลาน้ำหลากลงมาจะมีป่าชลอและซับน้ำไว้ แต่ต่อไปอะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านของชาวบ้านที่อยู่ด้านล่างแล้วใครจะรับผิดชอบ ” นางจันทรัตน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีการเรียกร้องขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ได้มีกลุ่มต่างๆ ทยอยกันออกมาร่วมเคลื่อนไหว และให้การสนับสนุนเครือข่ายในรูปแบบต่างๆ ล่าสุด นายบฤงคพ วรอุไร หรือ อาจารย์โจ อาจารย์สอนดนตรี วิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ ได้ออกมาประกาศเป็นแรงหนุนและให้กำลังใจ โดยระบุว่าหวังลบรอยแผลบนดอยสุเทพ และด้วยความห่วงใยแกนนำที่อาสาเปิดหน้าออกมาทวงคืนผืนป่าจากภาคีต่างๆ รวม 26 คน ที่อาจจะเริ่มเหนื่อยล้า เพราะแรงเสียดทานที่มากมาย จึงตัดสินใจลงขันจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ด้วยอาหารและการแสดงที่ดีที่สุด ด้วยบรรยากาศสวยงาม สงบ สบาย เรียบง่ายที่สุด ในค่ำวันศุกร์ที่ 27 เมษายนนี้ ณ ยุ้งข้าวล้านนา เวียงกุมกาม ให้เหล่าผู้เสียสละทั้ง 26 คน เพื่อให้ทุกคนได้ผ่อนคลายและแสดงความขอบคุณในฐานะที่เป็นตัวแทนพวกเราในการทวงคืนผืนป่า รวมทั้งเป็นการแสดงเจตจำนงว่า เราทุกคนข้างหลังพร้อมที่จะสนับสนุนการทวงคืนผืนป่าในทุกเงื่อนไข

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน