ข่าวด่วน

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเตรียม เคลื่อน3กิจกรรมใหญ่หลังสงกรานต์ ส่งต่อจิตสำนึกสู่เยาวชน

วันที่ 12 เมษายน 2561 น.ส.ลักขณา ศรีหงส์ ตัวแทนเขียว สวย หอม 1 ใน 16 เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า กรณีบ้านพักตุลาการ ถือเป็นโอกาสแห่งการถกเถียงของบุคคลจากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะเกิดการสร้างความรู้ในสังคม เกิดากรตั้งคำถามต่อสถาบันหลักของประเทศอย่างเปิดเผย และเป็นโอกาสให้ประชาชนได้ท้วงติงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่ถูกต้อง

“เรื่องนี้เรียกว่าถึงเวลาที่กฎหมายต้องมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งระบบบางอย่างที่เอื้อให้คนทำความดี แม้จะไม่ง่ายแต่สถานการณ์อาจทำให้ประชาชนเกิดความจริงจัง และหากไม่แก้ไขปัญหาลักษณะนี้จะหมักหมม เรียกว่าทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว นำไปสู่การทำให้ดีขึ้น เพราะการตั้งคำถามของประชาชนต่อรัฐ ไม่ได้หมายความว่าประชาชนเป็นศัตรู ไม่อยากให้มองอย่างนั้นเวลาที่ประชาชนแย้ง แต่เรากำลังช่วยกันมอง และรัฐควรดีใจที่ประชาชนใส่ใจเรื่องส่วนรวมของประเทศ”

น.ส.ลักษณา กล่าวว่า ครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสที่จะได้มามองร่วมกันว่าเราจะฟื้นฟูป่าอย่างไร ใช้พื้นที่ป่าให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่เกิดประโยชน์ ไม่ใช่การหาโอกาสเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ปัญหาผืนป่าดอยสุเทพจะนไปสู่การแก้ไขปัญหาดอยอื่นๆ ในประเทศไทย จะได้เรียนรู้ร่วมกันว่าพื้นที่ป่าสมบูรณ์เป็นอย่างไร เขตป่าถูกตีความใหม่ว่าบางพื้นที่ไม่ใช่ป่าเสื่อมโทรมแต่มีการฟื้นตัวเป็นป่าสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจะทำอะไรกับป่าลักษณะนี้อย่างไรไม่ได้อีกต่อไป

“กรณีบ้านพักตุลาการได้มองเห็นปรากฎการณ์ใหม่นั่นคือ เราได้รับรู้ว่ามีคนไทยโกรธเรื่องนี้มาก เพราะป่าถูกทำลาย เกิดการตั้งคำถาม เกิดความรู้ในสังคมที่ดีขึ้น ว่าป่าลักษณะนี้มีต้นไม้ มีสัตว์ป่าอะไรบ้างที่เราต้องช่วยกันรักษา เป็นมูลค่าความรู้ที่มหาศาลมากกว่าราคาอาคารและบ้านพักที่ก่อสร้าง ในแง่ของคนที่ดูแลเขียว สวย หอม ที่เราพยายามฟูมฟักผืนป่าของเมืองเรารู้สึกเสียดายคุณค่าทางนิเวศที่ถูกทำลาย แต่เราช่วยกันฟื้นฟูได้ หากร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยกัน เราอยากเสนอทางออกต่อภาครัฐว่าอย่ามองเราเป็นศัตรู แต่เรามาร่วมกันดูว่าจะรื้อถอนและฟื้นฟูป่าอย่างไร เราสามารถดึงต้นทุนจากพื้นที่เข้ามาช่วยได้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีหน่วยวิจัยและฟื้นฟูป่า คณะวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่า Forru เขามีอาสาสมัคร มีการศึกษาวิจัยโครงสร้างป่าได้ว่าต้องทำอย่างไร แต่ประเด็นสำคัญแรกคือ เราต้องได้ป่าผืนนี้คืนมาก่อน”

น.ส.ลักขณา กล่าวอีกว่า วันนี้มีคณะทำงานร่วมเกิดขึ้นแล้ว เกิดแง่มุมใหม่ระหว่างกัน เป็นนิมิตหมายที่ดีของการเริ่มต้นระหว่างรัฐกับประชาชน แม้รัฐอาจจะมีข้อจำกัดหลายอย่าง แต่ในส่วนของภาคประชาชนจะยังคงเดินหน้าต่อไป โดยในวันที่ 13 เมษายนเป็นต้นไป เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพจะเริ่มรณรงค์แจกริบบิ้นและสติกเกอร์สีเขียวให้กับผู้ที่อยากเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในเชิงสัญลักษณ์ ณ เฮือนคำปิน คูเมืองด้านในใกล้แจ่งขะต้ำ หรืออยากบริจาคผ้าและริบบิ้นสีเขียวก็สามารถนำมาให้เราได้ เพื่อเดินหน้าเป็นเครือข่ายที่บริสุทธิ์ต่อไป

“หลังจบเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว เราจะมี 3 กิจกรรมใหญ่ที่สร้างสรรค์ และพร้อมเดินหน้าต่อคือ เขียว สวย หอม จะจัดทริปเขียวชมป่าแหว่ง พาผู้สนใจและเยาวชนร่วมกิจกรรมเดินป่าแบบเทรลโดยรอบบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อให้ได้เห็นทรัพยากรธรรมชาติป่าต้นน้ำที่ยังอุดมสมบูรณ์ ชมรมอนุรักษ์นกล้านนา จะจัดการดูนกในพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ชีวิตสัตว์ป่าและนกธรรมชาติ บริเวณเส้นทางท่องเที่ยวของหมู่บ้านห้วยตึงเฒ่าที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักษาป่าใกล้เมืองเอาไว้ในลูกหลาน สุดท้ายคือ กิจกรรมการแสดงงานศิลปะจากศิลปินมืออาชีพและเยาวชนที่มาจากแรงบันดาลใจต่อสถานการณ์ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ณ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ คาดว่าราวปลายเดือนเมษายนก็จะเริ่มกิจกรรม”

น.ส.ลักขณา กล่าวทิ้งท้ายว่า กรณีบ้านพักตุลาการที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อแพ้หรือชนะของฝ่ายใด ไม่ใช่การสู้กัน ไม่ใช่ฝ่ายศาล ทหาร หรือประชาชน แต่เป็นการสู้เพื่อความถูกต้อง ก่อให้เกิดการรับฟังปัญหาสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขกฎหมายที่ควรจะรัดกุมขึ้นเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม เป็นเวลาที่เราต้องมานั่งคุยกันว่าเราจะเดินหน้าเพื่อรักษาป่าและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างไร

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน