ภาคประชาสังคม-เขียวสวยหอมร่วมขอขมา-บวชต้นโพธิ์ ‘หมอต้นไม้’ กังวลโครงการขยายถนนทำลายลมหายใจเมืองเชียงใหม่

ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านชุมชนเจ็ดยอด อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นำโดยนายคเชน เจียกขจร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลช้างเผือก ร้องคัดค้านแขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 กรณีการขุดย้ายต้นโพธิ์อายุกว่า 100 ปี เพื่อขยายถนนตามโครงการบูรณะโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างภาคในทางหลวงหมายเลข 11 เชียงใหม่-ลำปาง ช่วงสี่แยกรินคำ-วัดเจ็ดยอด และมีข้อตกลงกันว่าภายใน 7 วัน ต้องมีการหารือและหาทางออกต่อเรื่องดังกล่าวนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 น.ส.ลักขณา ศรีหงส์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเชียงใหม่เขียว สวย หอม นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ นายอาณัติ คลังวิเชียร ตัวแทนภาคประชาสังคมเมืองเชียงใหม่ ผศ.ดร.วสันต์ จอมภักดี ประธานคณะกรรมการประสานงานอนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อม (คอปส.) และนายบรรจง สมบูรณ์ชัย คณบดีคณะสถาปัตยศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือ ‘หมอต้นไม้’ พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันทำความสะอาดรอบบริเวณ จุดธูปขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และนำผ้าจีวรห่มต้นโพธิ์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการรักษาไว้ซึ่งสภาพสิ่งแวดล้อมคู่เมืองเชียงใหม่ ท่ามกลางการทำงานอย่างต่อเนื่องของคนงานบริษัทเชียงใหม่ทวีผลคอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้รับเหมาแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ทั้งการขุดตักหน้าดินและรดน้ำลดฝุ่น รวมทั้งการถ่ายภาพการทำกิจกรรมของภาคประชาสังคม

น.ส.ลักขณา ศรีหงส์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเชียงใหม่เขียว สวย หอม กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับสภาพในบริเวณจุดก่อสร้างถนนมาก เพราะต้นไม้จำนวนหลายต้นถูกตัดทำลายจนแทบไม่เหลือ หากชุมชนไม่ออกมาคัดค้านต้นโพธิ์คู่บ้านเมืองก็คงจะถูกย้ายออกไปเช่นกัน จากนี้จะรีบทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมวิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นโดยแขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 ที่ไม่ฟังเสียงประชาชนและสภาพที่แท้จริงของเมืองปัจจุบัน ที่กำลังขาดการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างถูกวิธี

นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กล่าวว่า เราไม่ได้คัดค้านความเจริญ แต่เราอยากเห็นการพัฒนาที่ควบคู่ไปกับการดูแลสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการรักษาอัตลักษณ์ของเมืองในฐานะที่เชียงใหม่กำลังผลักดันเพื่อขอเป็นมรดกโลก โดยอิงความเป็นเมืองเก่าที่มีสัญลักษณ์ของเมืองที่อยากเห็นการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขของชุมชน แต่หน่วยงานรัฐอย่างทางหลวงเชียงใหม่กำลังทำสิ่งที่ตรงข้าม จึงอยากฝากถึงผู้มีส่วนผลักดันโครงการขยายถนน หรือโครงการใหญ่ๆ ลักษณะนี้ช่วยดูบริบทของเมืองด้วย ไม่ใช่แค่มีเงินมาแล้วจะทำอะไรก็ได้ อ้างเพียงว่าคนอยากได้ถนน ทั้งที่ความจริงไม่เคยมาถาม เพราะก่อนหน้าที่เคยมีการเคลื่อนไหวการขยายถนนฝั่งตรงข้าม ซึ่งทางหลวงรับปากว่าจะหารือชุมชนก่อนที่จะเดินหน้าถนนฝั่งนี้ แต่กว่าเราจะทราบเรื่องก็เรียกว่าวินาศเพราะตัดต้นไม้จนหมดแล้ว สิ่งที่คนของรัฐทำคือ ‘ลมปาก’ ที่พูดไปเรื่อยเท่านั้น ในทางเป็นจริงกลับลอบทำสิ่งที่ชุมชนรับไม่ได้

ส่วน ผศ.ดร.วสันต์ จอมภักดี ประธานคณะกรรมการประสานงานอนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อม (คอปส.) กล่าวว่า จากการพูดคุยกัยชาวบ้านในชุมชนทุกคนเจ็บปวด เพราะตั้งความหวังไว้ว่าถนนสายนี้จะเป็นต้นแบบและตัวอย่างที่ดีที่สุดในการพัฒนาบ้านเมืองอย่างยั่งยืน ด้วยการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ภูมิทัศน์สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าออกจากห้างสรรพสินค้าไปยังวัดเจ็ดยอดได้อย่างร่มรื่น จึงรู้สึกผิดหวังมากที่เห็นการนำเครื่องจักรกลเข้ามาขุดดินและตัดต้นไม้โดยไม่มีแบบแปลนตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับใช้วิธิบีบบังคับให้ชาวบ้านจำยอม ซึ่งเราขอประกาศว่าเราจะไม่ยอมอีกแล้วและภายใน 7 วันนี้การขยายถนนสายนี้ต้องมีทางเท้า มีพื้นที่สีเขียว สามารถขี่จักรยานได้ ด้วยความกว้าง 15-20 เมตร เพื่อความเขียวและมีความปลอดภัย หรือ Green & Save ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสัญญาไว้

ในขณะที่นายบรรจง สมบูรณ์ชัย คณบดีคณะสถาปัตยศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือ ‘หมอต้นไม้’ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพต้นโพธิ์พบว่าถูกเปิดพื้นที่โคนต้น และฐานรากบางส่วน ซึ่งจากความลึกของดินทำให้รากข้างใต้ยังอยู่ได้ แต่หากขุดลึกลงไปอีกอาจจะทำให้ต้นโพธิ์ล้มหรือตายได้ ความชัดเจนคือรูปทรงเดิมถูกทอนลงเหลือ 20-30% วิธีการสำคัญในการรักษาต้นโพธิ์ไว้คือต้องรีบดูแลโคนและราก เพราะจากการถูกตัดและเปิดพื้นที่ทำให้รากฝอยเสียหาย ต้องรีบให้ปุ๋ย หรือขุยมะพร้าวเพื่อให้ชุ่มน้ำ และนำกระสอบมาคลุมพร้อมพรมน้ำให้ราก ส่วนดินที่ถูกล้อมออกไปต้องรีบนำดินปลูกต้นไม่มากลบให้เร็วจึงจะอยู่ได้

“สำหรับถนนที่ลงมือขยายนั้น อยากบอกว่าต้องเริ่มต้นมาจากการออกแบบก่อน เพราะขณะนี้ภูมิทัศน์ในเมืองเชียงใหม่กำลังเต็มไปด้วยคอนกรีต และลืมพื้นที่สีเขียวที่ควรรักษา ทำให้มีโอกาสน้อยในการที่จะอนุรักษ์ในแบบคู่ขนานกันไป จึงอยากให้ทบทวนก่อนที่ความร่มรื่นที่เป็นลมหายใจของเมืองจะเหือดหายไปพร้อมใจคน ซึ่งจุดนี้น่าเป็นห่วงมาก” หมอต้นไม้ กล่าวทิ้งท้าย / ชมคลิป ได้ที่  https://youtu.be/IcCANdMr8po

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน