ข่าวด่วน

แมสคอม มช. ประกาศปรับหลักสูตร สู้สถานการณ์สื่อที่เปลี่ยนแปลง

 

รศ. ธีรภัทร วรรณฤมล คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (แมสคอม มช.) เปิดเผยว่า ตอนนี้ของคณะการสื่อสารมวลชน (Mass Communication) เราได้ปรับเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ ซึ่งจะออกมาให้ทันในภาคการศึกษาเดือนสิงหาคม 2561นี้ เพราะดูแล้วว่าการเรียนการสอนที่จะต้องแบ่งเป็นสาขาวิชา หรือเมเจอร์ที่มีแบบเดิม คือ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ประชาสัมพันธ์และการโฆษณา สื่อใหม่ และให้เด็กเลือกนี่มันใช้ไม่ได้ แล้วในโลกยุคนี้ เพราะว่าสื่อมันถูกหลอมรวมกันไปหมด เราก็เลยตั้งแนวหลักสูตรใหม่ขึ้นเหมือนกับเป็นแบบ “บ้านสามหลัง”

ถ้าเด็กชอบที่จะเป็นนักข่าว ชอบทำหนังสารคดีที่มันซีเรียส ก็มายังบ้านหลังที่เราเรียกว่า ‘ Journalism’ หรือ วารสารศาสตร์ ซึ่งจะเป็นการรวมหมดทุกสื่อ ทั้งสิ่งพิมพ์ ทั้งเสียง ภาพ จะอยู่ในบ้านหลังนี้เพราะฉะนั้นเด็กจะเข้ามาเรียนเขาจะต้องคิดแล้วว่า ถ้าจบไปอยากทำงานด้านไหน

แต่สำหรับเด็กที่ชอบบันเทิงก็ให้เลือกเรียนบ้านหลัง ที่เรียกว่า ‘Entertainment’ ตรงนี้จะรวมทุกสื่อที่เป็นบันเทิง และกระจายไปทุกแพลตฟอร์ม ถ้าเด็กคน ไหนเป็นคนช่่างคิดช่างวางแผนก็ไปอยู่บ้านอีกหลัง ที่ชื่อ ‘Marketing Communication’ หรือ สื่อสารการตลาด เราก็จะจัดบ้านสามหลังนี้รองรับเด็กไว้

รศ. ธีรภัทร กล่าวว่า เนื่องจากหลักสูตรที่ผ่านมาหลายที่ รวมทั้งของเราด้วย กว่าเด็กจะได้จับเครื่องไม้เครื่องมือทำโปรดักชั่นก็ปี 3 เด็กหลายคนก็ยังงง ว่ามาเรียนทางด้านนิเทศศาสตร์ สื่อสารมวลชนกว่าจะได้จับเครื่องมือผลิตนี่ต้องรอถึงปี3 ทั้งๆตอนที่เขาอยู่มัธยมปลายบางคนผลิตหนังมาไม่รู้กี่เรื่อง ก็กลายเป็นไปดองเปรี้ยวดองเค็มเขาไว้ เพราะฉะนั้นในหลักสูตรใหม่ของเราให้ลงโปรดักส์ชั่นตั้งแต่ปี 1 เลย แล้วพอปี3 ก็ให้แยกไปยังบ้านสามหลังว่าใครจะไปอยู่ตรงไหน

อีกหลักสูตรหนึ่ง ที่เราจะร่วมกับวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี ของ มช. ทำก็คือ  หลักสูตร ‘ดิจิทัลฟิล์ม’ ที่นำเอาจุดแข็งของคณะการสื่อสารมวลชน ที่เก่งทางด้านคอนเท้นต์ ทฤษฎี แนวคิด การเขียนบท ไปหลอมรวมกับ วิทยาลัยศิลปะสื่อฯ ซึ่งเก่งในเรื่องของโพสต์โปรดักชั่น โปรแกรม 3D เทคโนโลยีต่างๆ ก็จะมาร่วมกันเปิดหลักสูตรนี้ ซึ่งถ้าทันก็จะเปิดในเดือนสิงหาคม 2561 หรืออย่างช้า 2562 แต่สำหรับบ้านสามหลังของแมสคอมนี่ จะเปิดตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป

“ที่จริงผมมองว่า ตราบใดที่คนเรายังอ่าน ยังฟัง ยังดู ยังพูดกัน การเรียนการสอนทางด้านการสื่อสารมวลชนก็ยังไม่ตก แต่ในบริบทที่มันเกิดขึ้นตอนนี้ผมมองว่าองค์กรสื่อใหญ่ๆอาจจะปรับตัวกันไม่ทัน เช่นกันกับเราซึ่งเป็นสถาบันการศึกษา เราก็ต้องปรับหลักสูตรตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ผ่านมาเราอาจจะหยิ่งผยองที่มองว่า Content is King จนเราลืมที่จะไปปรับ แพลตฟอร์ม ตอนนี้มันก็มีอีกคำ คือ Content is King แต่ Platform is Queen นะ มองว่าสองสิ่งนี้ต้องไปด้วยกัน”

รศ.ธีรภัทร กล่าวอีกว่า บางครั้งเราอาจจะไปมองผิดว่า เรียนทางด้านนี้ จบไปจะต้องไปทำงานทางด้านองค์กรสื่อสาร ทำงานทางด้านสื่อเท่านั้น ผมว่าไม่ใช่ “หัวใจมันอยู่ที่คอมมูนิเคชั่น” จะไปอยู่องค์กรไหนก็ได้ ซึ่งคุณรับหน้าที่ทางด้านสื่อสาร ในส่วนของนักศึกษารุ่นพี่ที่ยังเป็นหลักสูตรเดิมอยู่ เราก็ใช้วิธีกระตุ้นเด็ก โดยนำเอาองค์ความรู้ที่เป็นยุคใหม่เข้าไป อย่างสาขาทีวีนั้นเราไม่ค่อยห่วง เพราะว่าสตูดิโอเราเป็นดิจิทัล 100%อยู่แล้ว เราก็ให้เด็กพยายามคิดนอกกรอบ แต่อย่างวิทยุ ไม่ได้เป็นเพียงให้เด็กทำรายการออนแอร์ เด็กจะต้องหัดทำรายการออนไลน์ด้วย  ตอนนี้สถานีวิทยุของแมสคอม มช.ก็พยายามที่จะออกอากาศได้ทั้งทางออนไลน์และออนแอร์ เวลาให้เด็กไปทำข่าว ไม่ใช่แค่นำข่าวมาแค่รูปแบบของเสียงอย่างเดียว เขาจะต้องเรียนรู้ในการนำเสียงมาทำเป็นรูปแบบของ Text นำขึ้นเว็บให้ฟังย้อนหลังได้ ตอนนี้เรามีโปรเจกต์ทดลองที่จับมือกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่างเชียงใหม่นิวส์ ฝึกให้เด็กทำข่าวต้นชั่วโมง โดยมีทีมข่าวของเชียงใหม่นิวส์มาเป็นพี่เลี้ยงให้ ซึ่งเราก็พยายามพัฒนา

ต่อไปแขนงของหนังสือพิมพ์ ซึ่งนักศึกษาทำหนังสือพิมพ์อ่างแก้วอยู่นั้น ก็จะพัฒนาให้ทำหน้าที่เป็นสำนักข่าว ต่อไปข่าววิทยุต้นชั่วโมงจะไม่จำกัดแค่เด็กวิทยุทำ เด็กที่เรียนหนังสือพิมพ์ก็สามารถที่จะทำด้วย เพื่อเป็นการกระจายแพลตฟอร์มเข้าไปสู่แต่ละวิชา อาจารย์ก็จะต้องเปิดโลกทัศน์มากขึ้น ให้เด็กลงมือทำงานเพื่อให้มีผลงานชัดเจนออกสู่สาธารณชน ซึ่งก้าวไปตามยุทธศาสตร์ของ มช.ที่ทำงานเข้าถึงชุมชน เชื่อว่าเด็กจะรู้สึกเรียนสนุกและไม่เครียด เขาจะสามารถนำคอนเท้นต์ไปสร้างเป็นงานของตัวเองได้อย่างเต็มที่

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน