รมว.วัฒนธรรม เปิดโครงการ ‘รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี’ที่เชียงใหม่

รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เปิดโครงการวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี ‘ยางนาสารภี ศรีเชียงใหม่’ เพื่ออนุรักษ์ต้นไม้ประวัติศาสตร์คู่ชุมชน ส่งเสริมเป็นแหล่งเรียนรู้ประชาชนและนักท่องเที่ยว

วันที่ 5 มกราคม 2560 ที่วัดสารภีตำบลสารภี อำเภอเมืองเชียงใหม่ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานโครงการวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี ‘ยางนาสารภี ศรีเชียงใหม่’ โดยมี นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมงานฯ

ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ทำพิธีเปิดป้ายและผูกผ้าต้นยางนา โดยมีช่างฟ้อนเล็บจิตอาสาจากกลุ่มแม่บ้านอำเภอสารภี จำนวน 360 คน และการแสดงกลองสะบัดชัย กลองมองเซิง ฟ้อนก๋ายลาย ฟ้อนหอกฟ้อนดาบ และการสาธิตการดูแลต้นยางนา เป็นต้น

ทั้งนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเปิดตัวต้นไม้ กลุ่มต้นยางนา ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์คู่กับชุมชน ทำให้คนรู้จักรักษาคุณค่าของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น อันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพลังความเข้มแข็งให้กับชุมชน และยังสามารถเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของท้องถิ่นที่มีมาในอดีตกับปัจจุบัน และสามารถนำเอกลักษณ์ความโดดเด่นของกลุ่มต้นยางนา สองฟากฝั่งของถนนสายเชียงใหม่ – ลำพูน ไปสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ด้วยการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดเชียงใหม่มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามจังหวัดเชียงใหม่คัดเลือกต้นไม้ใหญ่ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน จำนวน 4 ต้น จาก 65 ต้นทั่วประเทศ ประกอบด้วย กลุ่มต้นยางนารักษ์สิ่งแวดล้อม ถนนสายเชียงใหม่ – ลำพูน ต้นจามจุรียักษ์ สโมสรยิมนาคาเชียงใหม่ ต้นยางนาร่มมงคล วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และต้นมะจำโรง อำเภอสันป่าตอง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันเปิดตัวต้นไม้ใหญ่ที่คัดเลือกไว้ทั้งหมด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การจัดโครงการวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ ‘รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี’ เพราะว่าในสังคมไทย พระมหากษัตริย์ทรงเป็นศูนย์รวมความรักและความศรัทธาของคนทั้งชาติ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี ดังนั้นสถาบันพระมหากษัตริย์จึงเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็นเสมือนเป็นร่มไม้ใหญ่ นอกจากนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนมีใจรัก หวงแหนธรรมชาติ อันเป็นบ่อเกิดแห่งความรักความผูกพันระหว่างคนกับต้นไม้ เพราะต้นไม้แต่ละต้นมีตำนาน มีเรื่องราว สะท้อนถึงความเชื่อ ความศรัทธา ตลอดช่วงเวลาที่ต้นไม้นั้นได้ยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน