แม่ทัพน้อยที่3 แถลงแผน-ตัดทำลายไร่ฝิ่น เผยภาพรวมปีนี้ลดลงกว่า20% จากสภาพอากาศแปรปรวน

วันที่ 6 ธันวาคม 2560 พล.ท.สมพงษ์ แจ้งจำรัส แม่ทัพน้อยที่ 3 และรองผู้บัญชาการกองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมแถลงแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ประจำปีงบประมาณ 2561 ณ ห้องประชุมทองจัตุ กองกำลังผาเมือง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

โดยมีนายชลัยสิน โพธิเจริญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นางทิพาพร ทัศนภักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด ( สพส. ) นายพรพัฒน์ สุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 และ พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 9 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมประชุม เพื่อวางแผนอำนวยการ ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติงานหน่วยในโครงการกำจัดพืชเสพติด ระดับพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 3 และประสานการปฏิบัติกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ประจำปีงบประมาณ 2561 ในห้วงเดือนพฤศจิกายน 2560 ถึงเดือนเมษายน 256

 

ทั้งนี้แม่ทัพน้อยที่ 3 และรองผู้บัญชาการกองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจและการตัดทำลายไร่ฝิ่นในปีที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ที่มีการลักลอบปลูกฝิ่นหนาแน่น ได้แก่ พื้นที่ท่าสองยาง – ปิตุคี อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก พื้นที่แปเปอร์ – นาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ห้วยน้ำเย็น – ทุ่งต้นงิ้ว อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

โดยเฉพาะในห้วงที่ผ่านมาพื้นที่เขตรอยต่อ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ กับอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก มีการลักลอบปลูกฝิ่นเพิ่มมากขึ้น สาเหตุ มาจากในพื้นที่อำเภออมก๋อย มีการเข้าดำเนินงานในมาตรการต่างๆ ของภาครัฐจากหลายส่วน เพื่อลดปัญหาการลักลอบปลูกฝิ่นในพื้นที่ จึงทำให้ผู้ลักลอบปลูกฝิ่นได้ย้ายพื้นที่ลงมาลักลอบปลูกฝิ่นหนาแน่นทางตอนล่าง ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

“ผลการตัดทำลายไร่ฝิ่นปีงบประมาณ 2560 เจ้าหน้าที่ตรวจพบพื้นที่เป้าหมายที่มีการลักลอบปลูกฝิ่น และจัดกำลังเข้าตัดทำลายไร่ฝิ่น จำนวน 21 พื้นที่ จากพื้นที่สำรวจพบ จำนวน 2,226 แปลง 1,769.64 ไร่ พบเป้าหมายนอกแผน จำนวน 123 แปลง 72.70 ไร่ สามารถตัดทำลายได้รวมทั้งสิ้น 2,349 แปลง 1,842.34 ไร่” แม่ทัพน้อยที่ 3 กล่าว

ด้านนายปรัชญา ทวีกุล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนสำรวจพืชเสพติด สถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด กล่าวว่า สถานการณ์การปลูกฝิ่นในปีนี้มีการเปิดพื้นที่ลดลงกว่าปีที่แล้วเป็นจำนวนมาก

โดยในบางพื้นที่เป็นแปลงเก่าของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่เขตอำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนพื้นที่เขตอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ มีการเปิดพื้นที่ใหม่เพื่อหลบเลี่ยงจากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ โดยย้ายพื้นที่ปลูกเข้าไปในป่าลึก ส่วนในพื้นที่เขตจังหวัดตากมีการเปิดพื้นที่ลดลง

ในการสำรวจทางอากาศช่วงที่ผ่านมามีอุปสรรคเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีเมฆปกคลุมในช่วงต้นฤดูการปลูกฝิ่น ทำให้การสำรวจทางอากาศเป็นไปด้วยความยากลำบากและมีความเสี่ยงอันตรายสูง สถานการณ์โดยรวมพื้นที่ปลูกฝิ่นปีนี้คาดว่าจะลดลงประมาณร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปี 2559/60 ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่แปรปรวนและมีฝนตกชุกรวมถึงความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ในการลาดตระเวนป้องปรามและตัดทำลายในพื้นที่

จากการสำรวจทางอากาศและภาคพื้นดินของสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ในปีนี้พบมีการเปิดพื้นที่เพื่อลักลอบปลูกฝิ่นโดยชาวเขา รวมพื้นที่ทั้งสิ้น จำนวน 137 แปลง พื้นที่ 100.32 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 27 พ.ย. 2560)

จังหวัดเชียงใหม่ 78 แปลง พื้นที่ 59.57 ไร่ จังหวัดตาก 59 แปลง พื้นที่ 40.75 ไร่ พื้นที่ปลูกฝิ่นในปีนี้เมื่อเทียบกับฤดูกาลปลูกฝิ่น ปี 2559-2560 ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่าพื้นที่ปลูกปีนี้ลดลงเป็นอย่างมาก

“ทั้งนี้จากการประเมินราคาฝิ่นดิบในพื้นที่พบว่า มีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผลผลิตฝิ่นหลังจากการตัดฟันทำลาย ผลผลิตที่รอดจากการตัดทำลายหรือถูกตัดทำลายไม่สมบูรณ์รวมถึงการตัดทำลายหลังจากผู้ปลูกเก็บเกี่ยวผลผลิตทำให้ผลผลิตฝิ่นดิบในพื้นที่มีจำนวนน้อย ส่งผลให้ฝิ่นดิบมีราคาสูง และจำนวนผู้เสพฝิ่นยังคงมีอยู่มาก ในพื้นที่ปลูกฝิ่นหนาแน่นยังคงมีผู้เสพอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ติดต่อกับอำเภอแม่ระมาดและอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกฝิ่นหนาแน่นมากที่สุด มีราคาขายปลีกสูงถึงจ๊อยละ 168,000 บาท (มูละ 150 บาท) สาเหตุที่ทำให้ราคาสูงเนื่องจาก ผลผลิตฝิ่นในพื้นที่ที่รอดจากการตัดทำลายเหลือน้อยมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งช่วงปลายฤดูการปลูกฝิ่น ผู้เสพฝิ่นจึงต้องซื้อฝิ่นในพื้นที่จากพ่อค้าขายปลีก ทำให้พ่อค้าขายปลีกกำหนดราคาขายเองได้ตามต้องการ” นายปรัชญา กล่าว

ทั้งนี้ในช่วงบ่าย แม่ทัพน้อยที่ 3 และรองผู้บัญชาการกองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 พร้อมนายชลัยสิน โพธิเจริญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะลงพื้นที่ตัดทำลายไร่ฝิ่นพื้นที่ดอยสามหมื่นบ้านป่าโหล – บ้านสันป่าเกี๊ยะ ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จำนวน 2 ไร่ พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ชาวบ้านบ้านป่าโหลซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าลาหู่หรือมูเซอ ที่มาร่วมตัดทำลายไร่ฝิ่น จำนวน 50 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่

  1. สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน