เดินนับ ‘นกปิ๊ดจะลิว’ชี้วัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมเชียงใหม่ และความน่ากลัวของ..นกพิราบ

ว่าด้วยเรื่อง ‘นก’ ที่บินอยู่ในอากาศ หลายคนอาจจะแค่มองเห็นความน่ารัก หรือมองผ่านไปเฉยๆ และจะมีใครสักกี่คนที่สนใจว่า..นก..จะอยู่หรือไปอย่างไร ถ้าไม่ใช่ ‘หมอหม่อง’ หรือ นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ยังคงเดินหน้าพาเด็กๆ ไปเดินสำรวจคุณภาพชีวิตนกต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 9 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา

พี่ๆ จากชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา มูลนิธิไทยรักษ์ป่า เครือข่ายเชียงใหม่เขียวสวยหอม และโครงการฟื้นบ้านย่านเวียงเชียงใหม่ พากลุ่มนักเรียนและคุณครูจากโรงเรียนบ้านเชิงดอยสุเทพ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ โรงเรียนวชิรวิทย์ เชียงใหม่ โรงเรียนดาราวิทยาลัย โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ ชมรมนักสื่อความหมายธรรมชาติ บุคคลทั่วไปรวม 124 คน ไปเดินนับนกในเมืองเชียงใหม่ที่ร่มรื่นไปด้วยร่มเงาของไม้ใหญ่ ซึ่งปัจจุบันการขยายตัวของเขตเมือง และการเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ได้สร้างปัญหามากขึ้นไปด้วย ทั้งอากาศเสีย ขยะเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่การทำให้พื้นที่สีเขียวลดน้อยลง

ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา ระบุว่า ‘นก’ ในเมืองเชียงใหม่เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง มีหลากหลาย สวยงาม และกระจายพันธุ์อยู่ทั่วไป นกแต่ละชนิดต้องการสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันไปตามความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น อีกา นกพิราบ และนกกระจอกบ้าน เป็นนกที่ปรับตัวเก่งมากสามารถอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยมลพิษ หากินอาหารที่ได้จากกองขยะ และหลับนอนสร้างรังตามอาคารบ้านเรือนแทนต้นไม้ แต่ก็ยังมีนกอีกหลายชนิดที่สามารถปรับตัวได้น้อยกว่า เช่น นกปรอดหัวโขน นกตีทอง นกกินปลี นกเอี้ยง และนกกาฝาก นกเหล่านี้จำเป็นจะต้องมีพื้นที่อาศัยที่ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่บ้าง ต้องการอาหารจากธรรมชาติ เช่น ผลไม้หรือน้ำหวานจากดอกไม้ ต้องการต้นไม้เพื่อเกาะนอนและทำรังและเลี้ยงดูลูก นกเหล่านี้จึงมักจะค่อยๆ สูญหายไปจากเมืองที่กำลังพัฒนาไปสู่ความเจริญอย่างไม่ยั่งยืน ด้วยเหตุที่นกแต่ละกลุ่มต้องการสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน เราจึงสามารถใช้นกเป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อบ่งบอกถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างง่ายๆ

เมืองใหญ่อย่าง ‘กรุงเทพมหานคร’ เราจะไม่พบนกปรอดหัวโขนอาศัยอยู่ เนื่องจากมีสภาพสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม แต่กลับพบ อีกา นกกระจอกบ้าน และนกพิราบมากมาย ในขณะที่นกปรอดหัวโขนนั้น สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในเขตเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์ดี มีต้นไม้ร่มรื่นสำหรับนกได้อาศัยและหากิน มีมลพิษน้อย แต่จากการสำรวจเบื้องต้นของชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนาพบว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ‘รู้สึก’ ว่าประชากรของนกปรอดหัวโขนลดลงอย่างรวดเร็ว

นกปรอดหัวโขน หรือ นกปิ๊ดจะลิว ในภาษาพื้นบ้านเชียงใหม่ จึงเป็นเป้าหมายของในการสำรวจประชากร เพื่อใช้เป็นดัชนีบ่งบอกสถานภาพของนกในตัวเมือง และเป็นการเผ้าระวังคุณภาพของสิ่งแวดล้อมในเมืองเชียงใหม่ เพราะนอกจากปัญหาการสูญเสียที่อยู่อาศัยแล้ว ปัจจุบันปัญหาความนิยมในการเลี้ยงเพื่อฟังเสียงร้องอันไพเราะ ได้แพร่กระจายเข้ามายังภาคเหนือ ทำให้นกปิ๊ดจะลิวซึ่งเป็นนกที่อยู่คู่เมืองเชียงใหม่มาตลอดลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่องเกิดการจับนกจากธรรมชาติมาขายเพื่อนำมาเลี้ยง ทั้งที่ความจริงแล้วการจับนกปิ๊ดจะลิวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะนกชนิดนี้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองถ้ามิได้ขออนุญาตอย่างเป็นทางการ

การสำรวจประชากรนกปิ๊ดจะลิว ครั้งที่ 9 เริ่มด้วยการสำรวจแบบ Point Count ผสม Line Transect โดยให้พื้นที่ศึกษาเป็นเสมือนตัวแทนของพื้นที่เมืองเชียงใหม่ ใน 6 เส้นทางกระจายทั่วเขตเมืองชียงใหม่ ความยาว 8,800 เมตร ใช้รัศมีการสำรวจ 50 เมตร เพื่อบันทึกข้อมูล ชนิดนกทุกชนิดที่พบ จำนวนตัวที่พบ และพฤติกรรม รวมถึงบันทึกนกที่พบในกรงทุกชนิด เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ศึกษา-สิ่งแวดล้อมต่อจำนวนประชากรของนก และเก็บเป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อใช้เปรียบเทียบกับการสำรวจในปีต่อไป

และจากการรวบรวมผลการสำรวจเส้นทางที่ 1 กลุ่มวัดพันอ้น วัดสำเภา วัดอุโมงค์มหาเถรจันทร์ และวัดดวงดี พบนกทั้งหมด 15 ชนิด 218 ตัว เป็นนกปิ๊ดจะลิว 21 ตัว เส้นทางที่ 2 กลุ่มวัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา โรงเรียนเมตตาศึกษา โรงเรียนพุทธิโศภน วัดช่างแต้ม และวัดเจ็ดลิน พบนกทั้งหมด 20 ชนิด 227 ตัว เป็นนกปิ๊ดจะลิว 13 ตัว เส้นทางที่ 3 กลุ่มวัดพระสิงห์ วัดทุงยู วัดผาบ่อง วัดปราสาท และโรงเรียนหอพระ พบนกทั้งหมด 18 ชนิด 261 ตัว เป็นนกปิ๊ดจะลิว 50 ตัว เส้นทางที่ 4 กลุ่มวัดเชียงมั่น วัดล่ามช้าง และวัดหัวข่วง พบนกทั้งหมด 15 ชนิด 193 ตัว เป็นนกปิ๊ดจะลิว 13 ตัว เส้นทางที่ 5 กลุ่มอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ โรงเรียนยุพราช สำนักงานยาสูบเชียงใหม่ และทัณฑสถานหญิง พบนกทั้งหมด 17 ชนิด 225 ตัว เป็นนกปิ๊ดจะลิว 11 ตัว และเส้นทางที่ 6 กลุ่มสวนบวกหาด วัดพวกหงษ์ และวัดพวกแต้ม พบนกทั้งหมด 19 ชนิด 250 ตัว เป็นนกปิ๊ดจะลิว 43 ตัว

รวมพบนกในเขตคูเมืองเชียงใหม่ทั้งสิ้น 26 ชนิด 1,374 ตัว เป็นนกปิ๊ดจะลิว หรือนกปรอดหัวโขน 151 ตัว พบนกที่ไม่เคยพบจากการสำรวจที่ผ่านมา 2 ชนิด ได้แก่ นกยางกรอกพันธุ์จีน และนกยางเปีย

สำหรับนกเป้าหมายในการสำรวจครั้งนี้ ‘นกปิ๊ดจะลิว’ พบว่าประชากรของนกปิ๊ดจะลิวมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ บ่งบอกถึงปริมาณพื้นที่สีเขียวภายในเมืองเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับคงตัว เพราะนกปิ๊ดจะลิวต้องพึ่งพาพื้นที่สีเขียวตลอดการดำรงชีวิตของมัน กินผลไม้หลากหลายชนิดเป็นอาหารหลัก ซึ่งอาหารทั้งหมดจะได้จากสวนสาธารณะ สวนผลไม้ วัด หรือสวนในบ้าน เมื่อถึงฤดูกาลทำรังนกปิ๊ดจะลิวจะเลือกทำรังบนต้นไม้ขนาดกลางหรือไม้พุ่มที่เงียบสงบ นกปิ๊ดจะลิวจึงเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความหลากหลายและความหนาแน่นของต้นไม้และผลไม้ที่เป็นอาหารได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่น่ากังวลใจคือ นกพิราบ เพราะตลอด 9 ปีที่ผ่านมา พบว่านกพิราบเป็นนกที่มีจำนวนมากที่สุดจากการสำรวจทุกครั้ง และประชากรของนกพิราบมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่และสูงขึ้นเล็กน้อย ด้วยความสามารถในการปรับตัวให้กินอาหารได้หลากหลาย ประกอบกับมีการให้อาหารอย่างต่อเนื่องตามสวนหรือพื้นที่สาธารณะ จึงควรมีมาตรการควบคุม เพราะนกพิราบเมื่อสร้างรังตามอาคารจะมีพฤติกรรมถ่ายมูลซ้ำในที่เดิม ก่อให้เกิดความสกปรกและยังเป็นพาหะนำเชื้อโรคหลายชนิดมาสู่มนุษย์ อาทิ เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา (cryptococcosis) ไข้หวัดนก (avian influenza) และวัณโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แล้วจะทำอย่างไรดีกับ นกพิราบ จำนวนมากทั้งที่ตลาดประตูเชียงใหม่ และลานประตูท่าแพ

เรื่องของ ‘นก’ คงต้องฝากความหวังไว้ที่ ‘คน’ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเยาวชนที่ผู้ใหญ่พยายามฝากความรู้และปลูกจิตสำนึกเรื่องความสำคัญของระบบนิเวศ ต้นไม้ และสัตว์ในเขตเมืองเอาไว้ในใจ เพื่อให้คนตัวเล็กๆ ที่จะเติบโตในวันข้างหน้า เกิดความตระหนักรู้ หวงแหน และร่วมกันปกป้องสิ่งแวดล้อมที่ดีรอบกายให้คงอยู่คู่เมืองเชียงใหม่ที่สวยงามต่อไป

หมอหม่อง-ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา : ภาพ
สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน