สวนสัตว์เชียงใหม่จัดฉลองสมโภช “วัดกู่ดินขาวเวียงเจ็ดลิน”โบราณสถานเก่าแก่ 800ปี ชูให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่

เวลา 08.30 น. วันที่ 8 กันยายน 2560  นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  นายสุเมธ กมลนรนาถ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ  นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมพนักงาน ลูกจ้างสวนสัตว์เชียงใหม่ และผู้มีติตศรัทธา ได้ร่วมพิธีทางศาสนาฉลองสมโภชวัดกู่ดินขาวเวียงเจ็ดลิน ซึ่งเป็นโบราณสถานมีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่

 

โดยได้นิมนต์พระสงฆ์เกจิอาจารย์จาก วัดศรีโสดา วัดดอนจั่น วัดกู่เต้า วัดป่าจำกู่ และวัดลอยเคราะห์มาประกอบพิธี พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาร่วมพิธีทางศาสนา ชมการแสดงศิลปะล้านนา รับฟังซอพื้นเมือง และเยี่ยมชมโบราณสถานดังกล่าวระหว่างเข้ามาท่องเที่ยวชมความน่ารักของสัตว์น้อยใหญ่ได้ตลอดทั้งวัน

นายนิพนธ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์ เชียงใหม่ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2559-2560 ตนเอง พร้อมพนักงานและลูกจ้างสวนสัตว์เชียงใหม่ ร่วมกันดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ วัดกู่ดินขาว เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานในเขตสวนสัตว์เชียงใหม่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมล้านนาแห่งใหม่ ที่มีอายุยาวนานกว่า 800 ปี

เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวทั่วไปได้เห็นความสำคัญ อีกทั้งตระหนักถึงหลักฐานการตั้งถิ่นฐานบรรพบุรุษในชุมชนพื้นที่เวียงเจ็ดลิน ที่ตามตำนานประวัติศาสตร์ล้านนากล่าวถึงว่าเป็นการตั้งถิ่นฐานชุมชนในระยะก่อนการสร้างเมืองเชียงใหม่ และเมืองหริภุญชัยสมัยก่อนพุทธศตวรรษที่ 13

 

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นหลายร้อยปี ในเขตพื้นที่เชิงดอยสุเทพตามตำนานปรัมปรา ได้กล่าวถึงท่านฤาษีวาสุเทพ ได้สร้างบ้านแบ่งเมืองให้ชุมชนชาวลัวะอาศัยอยู่เชิงดอยสุเทพ ต่อมาในรัชกาลพญาสามฝั่งแกน (พ.ศ.1945-1985) ได้มาตั้งฐานทัพอยู่ที่เวียงเจ็ดลิน เพื่อต่อสู้ศึกจากเมืองสุโขทัย(พระเจ้าไสลือไท)ยกทัพมาประชิดเมืองเชียงใหม่ จากการขุดตกแต่งโบราณสถานวัดกู่ดินขาว(ร้าง) ในสวนสัตว์เชียงใหม่ (พศ. 2543-2544) โดยสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่6

จากการขุดแต่งโบราณคดีดังกล่าว ได้พบอิฐดินขาวก้อนขนาดใหญ่มาก (ขนาด 25x55x15เซนติเมตร) ซึ่งยังไม่เคยพบอิฐขนาดใหญ่กับโบราณสถานที่ใดในประเทศ วัดกู่ดินขาวเป็นวัดแห่งเดียวของเวียงเจ็ดลิน ที่มีหลักฐานค่อนข้างสมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วย เจดีย์ประธาน วิหาร  เจดีย์ลาย 8 เหลี่ยม และกำแพงแก้วเขตพุทธนาวาสของวัด จึงขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้ามาเยี่ยมชมโบราณสถานอันทรงคุณค่าแห่งนี้

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน