บสย.ขึ้นเชียงใหม่ กระตุ้น18ธนาคารปล่อยสินเชื่อ SMEs เร่งกระจายวงเงินค้ำฯทวีทุน81,000ล้านบาททั่วประเทศ

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ขึ้นจังหวัดเชียงใหม่ เดินแผนกระตุ้น 18 ธนาคารพันธมิตร ปล่อยสินเชื่อและค้ำประกันสินเชื่อ วงเงิน 81,000 ล้านบาท หลังบรรลุข้อตกลงความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างรัฐบาล บสย. และธนาคาร ร่วมผลักดันโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน (PGS ระยะที่ 6) ปรับปรุงใหม่ ซึ่งรัฐบาล และธนาคารพันธมิตร ร่วมกันจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันแทนผู้ประกอบการ SMEs 4 ปีแรก มั่นใจสร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 371,000 ล้านบาท

วันที่ 8 กันยายน 2560 ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ อ.เมืองเชียงใหม่ นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ตลอดเดือนกันยายนนี้ บสย.วางแผนทำตลาดเชิงรุกกับ 18 ธนาคารพันธมิตร เพื่อร่วมกันผลักดันยอดค้ำประกันสินเชื่อวงเงิน 81,000 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาล โดยล่าสุดมอบหมายให้ฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และฝ่ายกิจการสาขา ลงพื้นที่ 3 จังหวัดใหญ่ของประเทศ คือ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดสงขลา เพื่อสร้างการรับรู้ ขับเคลื่อน และกระตุ้น 18 ธนาคารพันธมิตร ที่ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เร่งปล่อยสินเชื่อ และการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน (PGS ระยะที่ 6) ปรับปรุงใหม่ ให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อมากที่สุด

“โดยแผนการกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ ประกอบด้วย การสัมมนาธนาคารพันธมิตร มุ่งเน้นเนื้อหาประโยชน์ของโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขสำคัญที่ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและประหยัดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีจากการลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา”

นายนิธิศ กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ เป็นพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจสูง ด้วยกำลังการผลิต การต่อยอดขยายกิจการ ระดับเงินทุนหมุนเวียน รองรับการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวและโรงแรม ภาคบริการ ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ภาคการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม และภาคการเกษตร จึงมั่นใจว่าโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน (PGS ระยะที่ 6) ปรับปรุงใหม่ จะเป็นกลไกสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในจังหวัดเชียงใหม่ และภาพรวมของประเทศมากขึ้น ก่อนที่ บสย. จะลงพื้นที่ในจังหวัดสงขลา ในวันที่ 22 กันยายน 2560

“โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน (PGS ระยะที่ 6) ปรับปรุงใหม่ วงเงิน 81,000 ล้านบาท ผ่านความเห็นชอบตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม และเริ่มดำเนินโครงการในวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมี 18 ธนาคารพันธมิตรร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) โดยเป็นความร่วมมือจาก 3 ภาคส่วนคือ รัฐบาล บสย. และธนาคาร ร่วมกันผลักดันมาตรการความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs กล่าวคือ ทั้งรัฐบาลและธนาคารพันธมิตร ร่วมกันรับภาระจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อแทนผู้ประกอบการ SMEs 4 ปีแรก (รวม7%) โดยตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไปผู้ประกอบการ SMEs เป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมในอัตรา 1.75% ต่อปีของวงเงินค้ำประกัน โดย บสย.ได้เพิ่มสัดส่วนการจ่ายค่าประกันชดเชยให้ธนาคารจาก 23.75% เป็น 30% ซึ่ง 6 เดือนที่ผ่านมามีการให้ค้ำประกันไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท หรือ 3,000 ล้านบาทจากยอด 81,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือกว่า 60,000 ล้านบาทคาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลืออีก 80% ซึ่งคาดว่าจะหมดในเดือนธันวาคม 2560 หรือช้าที่สุดก็ต้นปี 2561”

นายนิธิศ กล่าวอีกว่า อัตราค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ ที่รัฐบาลและธนาคารพันธมิตรจ่ายแทน SMEs ปีที่ 1 รัฐบาล 1.75% ปีที่ 2 รัฐบาล 1.25% สถาบันการเงิน 0.50% ปีที่ 3 รัฐบาล 0.75% สถาบันการเงิน 1.00% ปีที่ 4 รัฐบาล 0.25% สถาบันการเงิน 1.50% รวมรัฐบาล 4.00% สถาบันการเงิน 3.00% มาตรการนี้จะส่งผลในเชิงเศรษฐกิจตลอดครึ่งปีหลัง สามารถช่วยให้ SMEs ได้รับสินเชื่อรวมกว่า 27,000 ราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินประมาณ 136,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มรวมประมาณ 108,000 คนและสร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 371,000 ล้านบาท

สำหรับธนาคารพันธมิตรที่ร่วมโครงการ SMEs ทวีทุน (PGS ระยะที่ 6) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารทหารไทย ธนาคารทิสโก้ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขยาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารยูโอบี ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจภาพรวมในไตรมาสที่ 3-4 นั้น นายนิธิศ กล่าวว่า เชื่อว่าดีขึ้น เพราะอัตราการส่งออกเฉลี่ย 3.5% ส่วน SMEs นั้นหนี้เสียลดลงแล้ว จึงถือว่าดีขึ้น และธนาคารน่าจะปล่อยสินเชื่อมากขึ้นตามไปด้วย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน