‘พลิกฟื้นคืนป่าตามศาสตร์พระราชา’ เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคมเดินหน้าปลูกไม้ยืนต้น-ไม้ผล ที่บ้านสองธาร อ.แม่แจ่ม

เมื่อ ‘ข้าวโพด’ ยังเป็นตัวการใหญ่ของการเกิดหมอกควันทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตชาวเชียงใหม่และยิ่งกระทบต่อการท่องเที่ยวอีกด้วย ดังนั้นการจะแก้ปัญหาก็ต้องเริ่มขึ้นที่ต้นทางของควันที่ลอยเข้าสู่เมือง ด้วยกิจกรรม ‘พลิกฟื้นคืนป่าตามศาสตร์พระราชา’

บริษัทเชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด หรือ Chiang Mai Social Enterprise – CSE ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มนักธุรกิจชาวเชียงใหม่ นำโดย องอาจ กิตติคุณชัย จากบริษัทซันสวีท จำกัด ที่ชักชวนผู้คนจากทุกหมู่เหล่าลงขันลงเงิน ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักธุรกิจในท้องถิ่น สมาชิกหอการค้า สภาอุตสาหกรรมฯ ผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชนที่ล้วนได้รับผลกระทบจากภาวะหมอกควันเป็นพิษด้วยกันทั้งสิ้น มาร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยไม่หวังพึ่งพางบประมาณจากรัฐ

อ.แม่แจ่ม พื้นที่ปลูกข้าวโพดแหล่งใหญ่ที่สุด จึงได้รับการคัดเลือก และนำร่องที่บ้านสองธาร ต.บ้านทับ สมาชิกผู้ถือหุ้น CSE และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และราชมงคลล้านนา ที่อาสามาทำดีกว่า 300 คน ร่วมกิจกรรมปลูกป่าตามหลักของพระราชาผู้ทรงธรรม จำนวน 200 ไร่จากทั้งหมด 1,700 ไร่ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยมี จงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมป่าไม้ อรรถชา กัมปนาถแสนยากร นายอำเภอแม่แจ่ม และ ชานนท์ คำทอง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นสักขีพยานและขุดหลุมปลูกต้นไม้กลางแดดจัดจ้า ก่อนที่ฝนจะพรำลงมาให้ชื่นใจ

ไพรัช โตวิวัฒน์ กรรมการและเลขานุการ CSE กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นนโยบายส่วนที่ 2 ที่บริษัทเชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด หรือ Chiang Mai Social Enterprise (CSE) ซึ่งจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว โดยมุ่งหวังร่วมกันแก้ไขปัญหาที่สั่งสมและเรื้อรังของเชียงใหม่ ที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานหลายๆ ปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือปัญหาหมอกควัน ที่สร้างความเสียหายต่อทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจของเชียงใหม่อย่างมหาศาล

“เราเริ่มนำร่องฟื้นฟูผืนป่า จากเดิมที่เคยมีการบุกรุกเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งแม้จะดูเหมือนยาก เพราะข้าวโพดดูแลรักษาง่าย ไม่ใช้น้ำมาก แต่เมื่อในเวลาต่อมาราคาข้าวโพดไม่ได้ดีเหมือนในอดีต เกษตรกรขาดทุนมากขึ้นจะทำอย่างไร เมื่อไม่ให้ปลูกข้าวโพดก็ต้องหาพืชใหม่มาให้เกษตรกรปลูกทดแทน เพื่อพลิกป่าคืนกลับมา บริษัท CSE จึงเดินตามรอยพระยุคลบาทนำ ศาสตร์พระราชา มาเป็นแนวทาง โดยแบ่งป่าออกเป็น 4 ส่วน คือทำมาหากิน แบ่งพื้นที่ประมาณกว่า 10% ให้ปลูกข้าวเพื่อไม่ต้องซื้อกิน ส่วนที่ 2 ทำมาค้าขายประมาณกว่า 15% เพื่อชำระหนี้ให้กับเกษตรกร อีกส่วนคือปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้ก่อสร้าง ไม้กินได้ เพื่อประโยชน์ 4 อย่าง คือ ใช้เป็นฟืนสำหรับหุงต้มและใช้สอยเบ็ดเตล็ด ใช้สร้างและซ่อมแซมที่พักอาศัย ใช้เป็นอาหาร และเป็นการอนุรักษ์ต้นน้ำ ในหลักการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสนองความต้องการของชุมชน ฟื้นป่าและรักษาระบบนิเวศน์ต้นน้ำ ส่วนนี้จะได้พื้นที่ป่าคืนประมาณ 65% และอีก 5 ปีก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ และส่วนสุดท้ายคือพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกหลังปี 2554 ส่วนนี้จะเป็นการปลูกกลับเป็นป่าถาวรและยึดคืนจากที่ถูกบุกรุก”

ในขณะที่ ชานนท์ คำทอง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเสริมว่า เป็นการขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาที่หลากหลายมิติ ซึ่งอยู่ที่บริบทของแต่ละพื้นที่ และที่สำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการมีเป้าหมายที่จะให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเกื้อกูลกัน โดยมีหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นฐานในการดำเนินงาน ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จึงถือเป็นพื้นที่นำร่องที่สามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นต่อไปได้เป็นอย่างดี

ส่วน อรรถชา กัมปนาถแสนยากร นายอำเภอแม่แจ่ม เจ้าของพื้นที่กล่าวทิ้งท้ายว่า ปีที่แล้วพื้นที่ปลุกข้าวโพดมากกว่า 120,000 ไร่ ปีนี้ลดลงเหลือ 100,000 ไร่ ถามว่าดีขึ้นมั้ยก็ได้มานิดเดียวที่เขาเริ่มเข้าใจ แต่เราต้องสู้ต่อไป โดยให้เขามีทางออก การจะบอกว่าพี่น้องเลิกปลูกข้าวโพด แต่ระหว่างนั้นจะให้เขาทำอะไร การเดินตาม ‘ศาสตร์พระราชา’ จึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า ค่อยๆ แก้ค่อยๆ เดิน ไปถูกทางแล้ว แต่อาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ภายใน 5 ปี ป่าที่มีแต่ไร่ข้าวโพดสุดลูกหูลูกตาจะฟื้นคืนกลับมาเป็นป่าที่สมบูรณ์อีกครั้ง

แม้ระหว่างทางที่ออกจากตัว อ.แม่แจ่ม ประมาณ 10 กิโลเมตร เพื่อมุ่งหน้าสู่บ้านสองธาร พื้นที่ปลูกป่า เราจะยังเห็นไร่ข้าวโพดที่กำลังให้ผลผลิตเต็มไปหมดทั้งบริเวณข้างทาง ไหล่เขา และไกลออกไปเบื้องหน้า แต่เชื่อว่าไม่นานนับจากนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น ท้องฟ้าของแม่แจ่ม จะแจ่มใสไร้ควันจากการกำจัดเศษตอซังข้าวโพดได้จริงๆ เสียที

จินตนา กิจมี เรื่อง / ขวัญดาว จิตรพนา ภาพ
สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน