โลกยกย่องพระเกียรติคุณ ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ’ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เขียนบทความน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมฯ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2560 ว่า เมื่อหลายปีก่อน ที่ข้าพเจ้าได้รับทุนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางไปศึกษา ณ มหาวิทยาลัยยอร์ชทาวน์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ศาสตราจารย์ผู้บรรยายวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้กล่าวแสดงความชื่นชมโสมนัสต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยที่ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืม สิ่งนั้น คือ ความภาคภูมิใจของชนชาติอเมริกันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในโลกที่เสด็จพระราชสมภพในประเทศสหรัฐอเมริกา ศาสตราจารย์ท่านเดียวกันนั้น กล่าวด้วยว่า ชาติไทยสามารถธำรงความเป็นสยามแผ่นดินที่สง่างามตราบจนทุกวันนี้ได้ ก็ด้วยพระบุญญาบารมีขององค์พระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ที่ทรงมีเอกลักษณ์พิเศษของความเป็น “ราชาแห่งแผ่นดิน” คือ ทรงมีความนอบน้อมถ่อมพระองค์และทรงห่วงใยในการดำรงชีวิตของอาณาประชาราษฎรผู้ล้วนเปรียบเสมือนลูกหลานที่ทรงรักและเมตตา พระองค์ทรงมีสมเด็จพระบรมราชชนนีที่ทรงเป็นที่จารึกจดจำของผู้คนเป็นจำนวนมากในฐานะที่ทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติจากองค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติให้ทรงเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” และทรงมีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นคู่บุญบารมีที่ชาญฉลาดและทรงเป็น “พระบรมราชินีนาถที่งดงามยิ่งของโลก” สมแล้วที่ใครต่อใครต่างล้วนสดุดีสรรเสริญกันปากต่อปากมาโดยตลอดระยะเวลาอันยาวนานว่า “พระเมตตามหาราชินี คือ ผู้ให้” และพระบรมราชจักรีวงศ์ได้สถิตสถาพรมาด้วยคุณงามความดีโดยแท้ อันปรากฏผลมาจากการที่เจ้านายทุกพระองค์ทรงช่วยกันเสริมสร้างคุณความดีเป็นเอนกอนันต์ ก่อให้เกิดคุณูปการน้อยใหญ่ที่ยังความเจริญรุ่งเรืองแบบยั่งยืนแก่ประเทศชาติบ้านเมืองไทย ชนิดที่สถาบันหรือองค์กรอื่นใดมิสามารถนำตนเองไปเปรียบเทียบได้

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระคุณอันประเสริฐแก่สยามประเทศ โดยทรงมีดวงจิตของความเป็นพระราชวงศ์ คือ ความเมตตาอารีและรับผิดชอบต่อสังคมที่ยิ่งใหญ่ งานที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญให้ปรากฏต่อลูกหลานไทยมีมากมาย จนยากที่จะสามารถนำมาบันทึกไว้ ณ ที่นี้ได้ทั้งสิ้น แม้หากเพียงแก่การอารัมภบทถึงพระปรีชาสามารถอันเป็นพระเมตตาคุณอันใหญ่หลวงที่พระราชทานแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าในอีกทุกเพศทุกวัยแล้ว ก็สุดที่จะบรรยายได้อย่างครบถ้วน ยกเสียแต่จักบัญญัติถึงความหมายให้ได้โดยสำคัญ ก็คือ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งหลายทั้งปวงถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วยความจงรักภักดีอย่างที่สุด กระทั่งพระเกียรติคุณแห่งสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยยิ่งใหญ่ไพศาล ปรากฏขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ ชนิดที่ไม่มีบุคคลใดหรือชาติใดแม้แต่น้อยสามารถดูหมิ่นดูแคลนชนชาติไทยได้เลย นอกเสียจากยกย่องสรรเสริญกันโดยทั่วว่า นี่แหละ คือ ประเทศไทยและประชาชนชาวไทยที่ข้าพเจ้ารู้จัก”

ล้นเกล้าฯ ของปวงชนชาวไทยได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระราชโอรสและพระราชธิดาทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรตั้งแต่เช้าตรู่จรดมืดค่ำดึกดื่นก็ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้น เพื่อทรงช่วยเหลือบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ด้วยพระองค์เอง ภาพที่ทรงนอบน้อมถ่อมพระองค์ ทรงย่อพระวรกายลงกับพื้นและถามไถ่ทุกข์สุขของสตรีชราภาพที่กำลังก้มลงกราบถวายบังคมและน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณว่า นึกไม่ถึงเลย ในชาตินี้ ชีวิตนี้ เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินสยาม จึงทรงเปี่ยมด้วยน้ำพระราชหฤทัยเมตตาอารี ห่วงใยราษฎร และนอบน้อมถ่อมพระองค์เข้าหาปวงประชาในทุกหมู่บ้านทุกตำบล ตั้งแต่น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟไหม้ป่า แม้ปัญหาชนกลุ่มน้อย ชาวเขา ชาวดอย ความมั่นคงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทรงห่วงใยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทรงปรารถนาที่จะให้ลูกหลานเยาวชน ตลอดจนประชาชนทุกคนมีน้ำใจเอื้ออารีต่อกัน ประกอบสัมมาชีพอันสุจริตและดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ทรงมุ่งมั่นเสริมสร้างงานศิลป์แผ่นดิน เพิ่มพูนชีวิตสัตว์ในป่าและน้ำ รักษามลพิษและสภาพแวดล้อม แม้การตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ยากไร้เพื่อไม่ให้อดอยาก โครงการนำชนชาติไทยให้มีสุขภาพแข็งแรง การออกกำลังกาย ธนาคารอาหาร และธนาคารสมอง แล้วทรงมุ่งมั่นบำรุงพระพุทธศาสนา สมดั่งที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดี ทรงตรัสไว้ว่า “ประเทศไทยและพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งคู่กัน แยกกันไม่ออก ทุกสังคมมีทั้งคนดีคนไม่ดี หากแต่พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสามารถเพิ่มพูนคนดีให้เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง” สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถจึงทรงเป็นแบบอย่างของพุทธศาสนิกชนที่เป็นเลิศ คือ “การให้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง” และ “ความเมตตากรุณาและความกตัญญูกตเวทิตาเป็นสัญลักษณ์ของคนดี” ที่เปรียบประหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทยมาช้านาน ได้รับการพระราชทานถ่ายทอดให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้แลเห็นทุกเมื่อเชื่อวัน เพื่อจักได้ยึดถือเป็นแบบอย่างแห่งการดำรงวิถีชีวิตไทยสืบไปอีกหลายชั่วชีวิตคน

ข้าพเจ้ามีความภาคภูมิใจที่เกิดมาแล้วชาติหนึ่งนี้ ได้เกิดมาเป็นคนไทยผู้ล้วนเป็นพสกนิกรภายใต้ร่มพระบารมี จะยากดีมีจน หรือแม้ชีวิตจักลำเค็ญมากบ้างน้อยบ้างตามสภาพการณ์ทางสังคมของบ้านเมืองที่แปรเปลี่ยนไปมากในระยะหลัง อันสืบเนื่องมาจากเหตุผลประการสำคัญ คือ ความเห็นแก่ตัวของคน โดยคิดกันไปเองว่า ตัวยังไม่ตาย หรือหากตายแล้วก็ไม่คำนึงถึงเรื่องนรกสวรรค์ ปล่อยปละละเลยให้เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ ให้เป็นเรื่องของเวรของกรรม คิดเช่นนี้ข้าพเจ้ามองว่าผิดเสียแล้ว และถือเป็นความประมาทชนิดที่เรียกว่า “วิสัยทัศน์ของบุคคลที่ตายไปแล้ว ไม่ต่างกัน”

หากแต่คนไทยโชคดี ที่จะต้องมุ่งมั่นพร้อมใจกันศึกษาถึงพระราชจริยวัตรอันถือเป็นแบบอย่างไม่รู้จบแห่งพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงปกเกล้าฯ ปวงชนชาวไทยทุกคน ทั้งในอดีตชาติ ชาตินี้ และชาติหน้า ประชาชนชาวไทยต้องร่วมกันพิทักษ์รักษาพระราชปณิธานในการเสริมสร้างและอุ้มชูชาติบ้านเมือง ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัย ดั่งที่เหล่าพสกนิกรจะได้มีโอกาสรับทราบอยู่เสมอจากพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ว่า จะไม่มีวันทรงเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ในการอุทิศพระองค์ทรงงานนานัปการถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นดวงใจไทยทั้งชาติ และปวงประชาราษฎร์ที่ทรงรักและห่วงใย ขอเพียงได้ทรงทราบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ทรงบำเพ็ญปฏิบัติล้วนนำพามาซึ่งความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรในทุกหย่อมหญ้าบนผืนแผ่นดินนี้

ข้าพเจ้าเคยได้ยินพี่น้องชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวกับข้าพเจ้าเองครั้งหนึ่งว่า “ขอเพียงพวกเราได้ทราบว่าพระองค์ท่านจะเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมพสกนิกรที่นี่ เมื่อนั้นทวยราษฎร์น้อยใหญ่จะพรั่งพร้อมกันมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ชนิดหาที่นั่งที่ยืนไม่ได้ และมากมายกว่าที่ทางราชการท่านคาดหวังนัก จะเพราะอะไรหรือ ก็เพราะเราทุกคนรักพระองค์ท่านสุดชีวิต”

ขอสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
12 สิงหาคม 2560

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน

ปิดโหมดสีเทา