คนเด่นวันนี้ ‘วีรวรรณ (บุ๋ม) มอสบี้’เจ้าของรางวัลนักต่อสู้ด้านการค้ามนุษย์-ทิป รีพอร์ต ฮีโร่ จากสหรัฐอเมริกา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ที่สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ นางเจนนิเฟอร์ บาร์นส์เคอร์ส กงสุลฝ่ายการเมืองและเศรษฐกิจ สถานกงสุลใหญ่ฯ จัดพิธีแสดงความยินดีและมอบของที่ระลึกแก่นางวีรวรรณ (บุ๋ม) มอสบี้ เจ้าของรางวัลนักต่อสู้ด้านการค้ามนุษย์ หรือ ทิป รีพอร์ต ฮีโร่ จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ.2017 โดยได้รับรางวัลดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

นางเจนนิเฟอร์ บาร์นส์เคอร์ส กงสุลฝ่ายการเมืองและเศรษฐกิจ กล่าวว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ยังคงดำเนินอยู่ โดยทั่วโลกมีมากกว่า 20 ล้านคนที่ตกเป็นเหยื่อ และอาชญากรรมลักษณะนี้อยู่ในที่ลับ แต่เป็นปัญหาสำคัญที่เราต้องร่วมมือกันช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งเป็นการค้าทาสสมัยใหม่

ในขณะที่นางวีรวรรณ (บุ๋ม) มอสบี้ เปิดใจว่า ดีใจที่ได้รับรางวัล ทิป รีพอร์ต ฮีโร่ หลังลาออกจากงานประจำมาเป็นผู้อำนวยการ The HUG Project ที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยการเริ่มต้นค้นหาเหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ จนได้รับการรับรองให้สัมภาษณ์เด็กตามกระบวนการทางกฎหมาย/ทีมสหสาขาวิชาชีพ จากสหรัฐอเมริกา แม้จะไม่ใช้คนเชียงใหม่โดยกำเนิด เพราะเกิดที่ จ.จันทบุรี แต่เมื่อพ่อเสียชีวิต แม่ได้หอบตนเองและน้องชายเดินทางมามาอยู่อาศัยและเรียนรู้ชีวิตที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อธุรกิจทางด้านไอทีประสบความสำเร็จ และได้มีโอกาสไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา จึงขอสามี คริสโตเฟอร์ มอสบี้ ซึ่งเป็นชาวอังกฤษ ออกมาทำงานด้านการช่วยเหลือมนุษย์ที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ เพราะส่วนตัวพบว่ามีเพื่อนและคนรู้จักถูกล่วงละเมิดตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยวัฒนธรรมไทยที่อาจจะทำให้เหยื่อไม่กล้าเปิดเผยตัว หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตนเอง จึงเริ่มก่อตั้งและเปิดศูนย์ช่วยเหลือเด็ก หรือ ACT ในเชียงใหม่ ถือเป็นศูนย์ช่วยเหลือเด็กเพื่อแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมก่อตั้งคณะทำงานปราบปรามอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดต่อเด็กและเยาวชน หรือ TICAC สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“เพราะโตมาในสังคมของมิชชันนารีที่เสียสละมาช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน จึงคิดที่จะเป็นคนไทยที่ช่วยเหลือคนไทยบ้าง 7 ปีที่ทำงานด้านนี้ตั้งใจจริงๆ โดยเริ่มจากการป้องกัน ปกป้อง และช่วยฟื้นฟูเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงทางเพศและเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ โดยเรื่องที่เข้าไปช่วยและประสบความสำเร็จและยังประทับใจมากที่สุดคือ กรณีเหยื่อเด็กชายอายุ 9 ขวบ ที่กำลังเดินตามรอยพี่ชายอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ถูกชายชาวอเมริกันล่วงละเมิด เราจึงนำตัวมาไว้ที่มูลนิธิแห่งหนึ่งส่งให้เรียนหนังสือ ปัจจุบันพูดภาษาอังกฤษดีมากเรียนเก่งได้เกรด 4.00 ตลอด แม่จึงยอมให้ลูกเรียนต่อและสามารถมาเยี่ยมลูกได้เมื่อต้องการ”

นางวีรวรรณ กล่าวว่า บางทีเด็กไม่ทราบว่าตนเป็นผู้เสียหาย ต้องใช้ระยะเวลาในการพูดคุยและทำความเข้าใจ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ละเมิดคือผู้เลี้ยงดู ต้องสอนให้แยกแยะระหว่างความกตัญญูกับการเป็นพยานในชั้นศาล คำว่าพ่อกลายเป็นคนที่มีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่การปกป้อง บางกรณีกลายเป็นเด็ก 8-9 ขวบที่ถูกกระทำแบบนี้เรียนรู้ที่จะเข้าหาผู้ชายเอง เพราะโตมากับสิ่งที่ผิด เราควรมีทีมเข้าไปสอนการป้องกันตนเองว่าสัมผัสแบบไหนที่ปลอดภัย หรือสับสนและไม่ปลอดภัย โชคดีที่ปัจจุบันรัฐตื่นตัวมากขึ้น ทำให้การตัดสินในคดีลักษณะนี้เร็วขึ้นและทิศทางในการแก้ไขปัญหาดีขึ้นกว่าเดิม

“รูปแบบในปัจจุบันนอกจากการค้าประเวณี เริ่มมีลักษณะออนไลน์เซ็กซ์มากขึ้นคือ ล่อลวงให้ช่วยตนเองแล้วอัดคลิปไว้ ก่อนนำไปขายสร้างรายได้ เด็กทั้งคนรวยคนจนโดนหมด ถูกนำไปแชร์ในโลกออนไลน์จนกระทั่งเพื่อนเห็น ก็ต้องหาทางแก้ไขให้เร็วที่สุด อยากเตือนเยาวชนไม่ควรเข้าไปยุ่งกับขบวนการเหล่านี้ ไม่คลิก ไม่แชร์สื่อ ลามกอนาจารเด็ก ซึ่งจากความร่วมมือกับ TICAC สามารถดำเนินการได้แล้ว 30 คดี แต่เหยื่อเป็นเด็กอายุ 15-16 ปี เราต้องปกป้องสิทธิ และเด็กที่เราเคยช่วยเหลืออายุน้อยที่สุดเป็นชาย 12 ปี และหญิง 13 ปี โดยคนล่อลวงอายุ 19 ปี เคยตกเป็นเหยื่อมาก่อน แต่ไม่ได้รับการรักษาเยียวยา”

นางวีรวรรณ กล่าวอีกว่า เป้าหมายต่อไปในการทำงานคือ สนับสนุนให้ขยายแนวคิดให้เกิดศูนย์ช่วยเหลือเด็ก หรือ ACT ให้เพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคของไทย พร้อมให้การช่วยเหลือเหยื่อด้วยวิธีการที่ให้เหยื่อเป็นศูนย์กลาง ตัดสินใจชีวิตตนเองมีทางเลือกใหม่ และเพิ่มการใช้เทคโนโลยี สร้างทีมและชุดทำงานเพื่อสังคมเพิ่มขึ้น อดทนที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง ส่วนคณะทำงาน TICAC ทราบว่าเตรียมขยายไปยังพัทยาและภูเก็ต

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน