ตร.เร่งหาตัวมือปลอมเฟสบุ๊คผู้ว่าฯเชียงใหม่ เตือนปชช.อย่าหลงเชื่อ

ตร.เร่งหาตัวมือปลอมเฟสบุ๊คผู้ว่าฯเชียงใหม่ เตือนปชช.อย่าหลงเชื่อ

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 นายศเนติ จิรภาสอังกูร ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กรณีมีผู้แอบอ้างใช้ภาพถ่ายของนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ไปใช้ใน Facebook โดยใช้ชื่อว่า Panyan Chamratr ซึ่งมีการนำภาพกิจกรรมและภาพของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ไปลงไว้ด้วย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวนายปวิณ โดย พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองเชียงใหม่ เป็นผู้รับเรื่อง พร้อมเรียกพนักงานสอบสวนร่วมประชุมหารือและบันทึกเป็นไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยเพิ่มเติมใน Line-ไลน์ กลุ่มส่วนราชการกับสื่อ ระบุว่า ตนทราบเรื่องการนำโปรไฟล์ของตนไปใส่แอบอ้างไว้เฟสบุ๊คดังกล่าวแล้ว ล่าสุดได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทำการตรวจสอบและดำเนินการต่อไปแล้ว และทราบว่าล่าสุดยังมีการออนไลน์แต่เปลี่ยนโปรไฟล์ในเฟสบุ๊คอยู่ โดยยังคงใช้ภาพของผมเช่นเดิม จึงประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งดำเนินการติดตามสืบสวนหาเบาะแสแล้ว เนื่องจากเกรงว่าผู้ที่ทำการปลอมแปลง หรือนำภาพของตน ไปใช้ทำสิ่งที่ไม่ดี หรือนำไปแสวงหาผลประโยชน์อย่างอื่น การเข้าแจ้งความจึงเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อตนเองและส่วนราชการอีกด้วย

ในขณะที่ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ตรวจสอบผู้ที่ปลอมแปลงเฟสบุ๊คแล้ว ทราบว่ามีการส่งข้อความไปขอเป็นเพื่อนกับคนที่รู้จักหลายๆ คน ซึ่งเป็นการกระทำผิด พรบ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 การปลอมจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของ ต้องระวางโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนให้มีความระมัดระวังในการใช้งาน เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดคดีการส่งข้อความไปขอยืมเงินผ่านทางเฟชบุ๊คจำนวนหลายคดี

“เจ้าหน้าที่ตำรวจขอย้ำเตือนว่า ก่อนจะโอนเงินให้ใครควรโทรศัพท์ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจก่อนว่าเป็นเพื่อนของเราจริง และมีการขอยืมเงินจริง รวมทั้งตรวจสอบดูชื่อบัญชีที่โอนว่าเป็นชื่อเพื่อนของเราที่ขอยืมเงิน ถ้าเป็นชื่อแปลกๆ หรือเราไม่รู้จัก ห้ามโอนเด็ดขาด ตลอดจนฝากให้บันทึก หรือ  Capture หน้าจอเป็นหลักฐานและส่งมาทางไลน์ 191 ของตำรวจ เพื่อเป็นเบาะแสในการสืบสวนหาผู้กระทำผิดโดยไม่ให้หลอกลวงผู้อื่นได้อีกต่อไป”

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน