จับแล้วมือส่งจม.บิดเบือนร่าง รธน.ที่เชียงใหม่ เปิดปากกลุ่มการเมืองบงการ ผบช.ภ.5ลั่นขยายผลผู้เกี่ยวข้องทุกราย

จับแล้วมือส่งจม.บิดเบือนร่าง รธน.ที่เชียงใหม่ เปิดปากกลุ่มการเมืองบงการ  ผบช.ภ.5ลั่นขยายผลผู้เกี่ยวข้องทุกราย

ab2

เมื่อเวลา 18.12 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.พงษ์สักก์ เชื้อสมบูรณ์ รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พล.ต.ต.นิยม ด้วงศรี รรท.ผบก.ภ.จว.ลำปาง พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.โกศล ปทุมชาติ ผบ.มทบ.33 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ และนายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.เชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้กระทำความผิด พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) พ.ศ.2559 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำปาง

พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากมีการตรวจสอบพบจดหมายปิดผนึกมีเนื้อหาบิดเบือนร่าง รธน.ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน รวมทั้งสิ้น 11,181 ฉบับ ในห้วงวันที่ 12-15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกระทำความผิดฐานกระทำการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตาม พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ รธน. พ.ศ.2559 ม.61 (1), วรรค 2 และล่าสุดพบใบปลิว Vote No บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้างพันธ์ทิพย์พลาซ่า เชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2559

ab5

“จากการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายนายวิศรุต คุณะนิติสาร อายุ 38 ปี บุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ 473/2559 วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 ในข้อหากระทำความผิดฐานเผยแพร่ข้อความในสื่อสิ่งพิมพ์ หรือช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงโดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงหรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ได้ที่คอนโดมิเนียม เลขที่ 793/97 ลาดพร้าว 101 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตบางทองหลาง กรุงเทพฯ คุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายที่เชียงใหม่ ซึ่งวิศรุตยืนยันต่อหน้าทุกฝ่ายว่าเป็นผู้นำจดหมายไปหย่อนใส่ตู้ไปรษณีย์ตามเส้นทางสันกำแพงและอื่นๆ ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2559”

พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า นายวิศรุตให้การว่า เป็นคนไปรับมาและนำไปแจกจ่าย โดยได้รับดำเนินการจากบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ที่บริษัทให้มาดำเนินการแจกจ่ายพร้อมทีมงานอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ และทหาร ก็กำลังดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานในการที่จะสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดทั้งหมดมาดำเนินคดี แล้ววันนี้จากผลของการที่เราตรวจสอบว่านายวิศรุตมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ใดอย่างไรหรือไม่ ในช่วงเช้าวันนี้จากการประชุมหารือร่วมกันทุกฝ่าย  ผู้ว่าฯ ก็ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบูรณาการเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ต้องสงสัย ที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการในครั้งนี้ของนายวิศรุต  เราก็ไปดำเนินการตรวจค้นตามคำสั่งมาตรา 44 ของ คสช.ใช้อำนาจของทหารดำเนินการเข้าไปตรวจค้นในพื้นที่รวม 10 แห่ง  ปรากฎได้พบของที่เกี่ยวข้องจากการนำไปแจกเอกสารที่บิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญที่บิดเบือนทั้งหมดซึ่งปรากฏต่อหน้านี้ ซึ่งจะเป็นไปตามกระบวนการสอบสวนของผู้ต้องหา ตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนพนักงานสอบสวนร่วมกับฝ่ายปกครองและทหาร ติดตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

ab7

“ต่อกรณีที่มีการพูดกันในสังคมว่า การแจกจ่ายเอกสารที่บิดเบือนดังกล่าวนี้  อาจเป็นการกระทำโดยภาครัฐ และภาคราชการ ในข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องของกลุ่มคนที่มีเอี่ยวทางการเมืองได้ดำเนินการแจกจ่าย โดยสั่งการให้นายวิศรุตกับทีมงานเป็นผู้ดำเนินการแจกจ่าย ซึ่งตรงนี้ก็เป็นที่ประจักษ์ถึงข้อเท็จจริง จากการที่เจ้าหน้าที่ได้ซักถามจากนายวิศรุตเอง”

พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนจะร่วมกับทุกฝ่ายนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดและเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับใครทุกคนต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด หลังวันที่ 12 กรกฎาคมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายสืบสวนสอบสวนหาข้อมูลจนได้เบาะแสชัดเจนเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม และเชื่อว่าทั้ง 3 จังหวัดเป็นกลุ่มขบวนการเดียวกัน

เมื่อถามว่า บริษัททัศนาภรณ์ จำกัด เป็นของนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จะติดตามตัวมาสอบปากคำหรือไม่ รวมทั้งนายทัศนัย และนางทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ที่มีข่าวเดินทางไปต่างประเทสหมดแล้ว พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ขอเอ่ยชื่อใคร เพราะเป็นเรื่องของสำนวนและอยู่ระหว่างการสอบสวนและสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนที่มีกระแสข่าวเดินทางไปต่างประเทศกันหมดแล้วนั้น ไม่เป็นไรเพราะหากกระทำผิดก็ต้องติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ab6

ในขณะที่ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ กล่าวเสริมว่า ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐ ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้ปรากฎเห็นชัด เย็นนี้เมื่อได้รายชื่อชัดเจนก็ต้องดำเนินการทันที  

ส่วน ผบ.มทบ.33 กล่าวเสริมว่า นับตั้งแต่เราตรวจสอบพบจดหมายบิดเบือนเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงมั่นใจว่าจากความร่วมมือจะต้องจับกุมตัวการให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่อาจสร้างความไม่สงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้น

ทางด้านนายวิศรุต  กล่าวว่า ยอมรับว่าได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ใส่หมวกกันน็อคพร้อมเป้ นำจดหมายไปหย่อนในตู้ไปรษณีย์ตามที่วิดิโอวงจรปิดจับภาพไว้ได้จริง เขาให้ไปรับที่บริษัทแห่งหนึ่ง จากผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งขอตนสงวนไปให้การในชั้นศาล ไปรับแล้วนำไปส่งในตู้จดหมายตามเส้นสันกำแพง และมีหลายคนหลายสาย เรื่องได้รับค่าจ้างหรือไม่เท่าไหร่ไม่ขอตอบ พร้อมทั้งยอมรับว่าทำงานเป็นพนักงานของเทศบาลตำบลช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่  

ab4

ทั้งนี้จากการสนธิกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ใช้อำนาจตาม ม.44 แห่ง รธน.แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว 2557 บูรณการเข้าตรวจค้นจับกุมผู้กระทำผิดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในพื้นที่ จ.เชียงใหม่และลำพูนรวม 10 เป้าหมาย ซึ่งจากการตรวจค้นบ้านเลขที่ 11 หมู่ 1 ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ ของ ซึ่งจากการตรวจค้นสามารถยึดสิ่งของจำนวน 9 รายการ อาทิ เสื้อผ้า หมวก นาฬิกา และรถจักรยานยนต์สีน้ำเงินที่ใช่ก่อเหตุ ตรงกับภาพที่ตรวจสอบได้ตามกล้องวงจรปิด และเข้าค้นเชียงใหม่ทัศนาภรณ์ จำกัด เลขที่ 123 หมู่ 3 ถ.เชียงใหม่ – สันกำแพง ต.ท่าศาลา ยึดสิ่งของ จำนวน 21 รายการ ประกอบด้วย เอกสาร ซองจดหมาย เครื่องปรินซ์เตอร์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ

ตรวจค้นบ้านเลขที่ 129 หมู่ 5 ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน ของนายพงศ์พันธ์ จีระวัง หลังก่อเหตุและกระทำความผิดด้วยการเป็นคนบรรจุจดหมาย จำนวน 500 ฉบับ และส่งให้เพื่อนร่วมขบวนการอีกคนซึ่งอยู่ระหว่างติดตามตัว ใน จ.ลำปาง และตรวจค้นบ้านเลขที่ 234/20 หมู่ 6 ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ ของนายสามารถ ขวัญชัย ผู้ต้องหาในฐานะแจกใบปลิวในลานจอดรถพันธุ์ทิพย์พลาซ่า เชียงใหม่ ยึดของกลางใบปลิว Vote No จำนวน 400 ฉบับในบ้านพัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าวมีบุคคลชาย-หญิง จำนวน 5 คน คาดว่ามาจากบริษัทเชียงใหม่ทัศนาภรณ์ จำกัด เดินทางมายืนฟังการแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน